[TVXQ Fiction] 2 U Service - [Last Order]
posted on 21 Dec 2008 21:59 by kimyoonbe in 04-2UService
re-post : TVXQ's Fanfiction No.4
Title : 2 U Service [Episode Il]
Author : KimYoonBe [KYB]
Category : Comedy / Romance
Pairing : Yunho/Jaejoong , YooChun/JunSu , Etc
*ภาคต่อของ 2 KIM Delivery
[Last Order]
ศาลากลางสวนภายในบริเวณคฤหาสน์ของตระกูลคิม ซึ่งเป็นตระกูลที่ถือว่ามีอิทธิพลในวงการธุรกิจสูงเป็นอันดับสามของประเทศนั้น เวลานี้กำลังถูกเด็กหนุ่มร่างสูงสองคนนั่งจับจองตามคำเชิญของพ่อบ้านที่พาพวกเขามารอที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศและกลิ่นอายหอมๆ ของดอกไม้ทั่วทั้งสวนก็ล้วนแล้วแต่ได้รับคำชมจากบรรดาแขกที่มามากมายว่าสวนแห่งนี้ช่วยทำให้จิตใจรู้สึกปลอดโปร่ง และเพลิดเพลิน หากแต่มันใช้ไม่ได้ผลเลยกับร่างสูงทั้งสอง ที่คนหนึ่งนั่งยังแทบไม่ติดเก้าอี้เพราะความกังวลมีมากกว่านั่นเอง
“สองคนนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเคยได้ยินว่าคิมฮันโซ นี่เป็นบุคคลอันตรายเลยนะ” ใบหน้าคนพูดปรากฏรอยหวาดหวั่น จากที่ไปถามพ่อมาทำให้เขารู้ว่าประธานบริษัท Ampae คนนี้ถือเป็นคนที่น่าเกรงกลัวคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างนี้
“เห็นคุณปู่ของฉันเป็นมาเฟียหรือไงยูชอน” เสียงหวานใสของวิเวียนดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอซึ่งเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของคิมฮันโซพอได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้นก็ตีหน้ามุ่ยใส่ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะด้วยกัน
“อ้าว! แล้วเธอจะมาทำไมเนี่ย ทำไมไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนจุนซูกับพี่แจจุงล่ะ?” มือคนพูดพยายามยื่นไปกันไม่ให้เพื่อนสาวได้นั่ง
“นายจะบ้าเหรอยูชอน เอามือออกไป! เฮ้อ ฉันก็อยากจะอยู่ด้วยเหมือนกันแหละ แต่คุณปู่อยากคุยกับจุนซูและพี่แจจุงตามลำพังนี่นา” วิเวียนหยิบคุกกี๊บนโต๊ะเข้าปากแล้วปลายตามองเพื่อนร่างสูงอีกคนที่ยังนั่งเงียบ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่แจจุงของนายไม่เป็นไรหรอก คุณปู่น่ะถึงจะดูเหมือนดุ แต่จริงๆ แล้วก็ใจดีมากเลยนะ”
“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอก เพราะไม่ว่าใครพอเห็นแจจุงก็ต้องชอบกันทั้งนั้น แล้วยิ่งกับคนที่เป็นหลานแท้ๆ ยังไงคิมฮันโซก็ต้องมีความรักให้อยู่แล้ว”
“แล้วยุนโฮห่วงเรื่องอะไร?” วิเวียนถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ถ้าเกิดแจจุงกับจุนซูต้องมาอยู่ที่นี่หลังจากนี้ ฉันก็มาหาบ่อยๆ ไม่ได้แล้วน่ะสิ” พูดจบก็ซดน้ำในแก้วอีกอึกใหญ่ เพิ่งจะได้เข้าใจกันอย่างแท้จริงแค่ไม่กี่วัน แล้วถ้าแจจุงต้องมาอยู่ที่นี่เขาจะทนได้ยังไง หลังจากที่เลิกกันมันทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากแจจุงไม่ว่าจะเพราะเหตุผลใดก็ตาม
“ยุนโฮ ทำไมนายถึงได้แตกต่างจากภาพลักษณ์ขนาดนี้” วิเวียนส่ายหัวอย่างนึกปลงกับเพื่อนที่ดูภายนอกออกจะเป็นคนเย็นชา แต่กลับติดแฟนซะยิ่งกว่า แล้วนี่ก็อีกคน ใบหน้าสวยหันไปมองเพื่อนที่ทำหน้าตาได้อุบาว์ทขัดฐานะ “ยูชอน ตายยัง?” โบกมือสะบัดปัดๆ ใส่คนที่กลายเป็นหินไปแล้วเมื่อได้ฟังว่าจุนซูอาจต้องมาอยู่ที่นี่
กำลังจิบน้ำมองเพื่อนทั้งสองสลับไปมาอย่างนึกขันพ่อบ้านก็เดินเข้ามาเรียก “คุณหนูครับ นายท่านเรียนเชิญทุกคนให้ไปที่ห้องหนังสือครับ”
ห้องหนังสือที่ว่าแตกต่างจากในความคิดของยูชอนไปมากพอควร ไม่พอควรล่ะ มันมากเกินไปด้วยซ้ำ นี่มันหอสมุดหรือห้องสมุดที่อยู่ในบ้านกันแน่ฟะ ใหญ่กังลานมหาศาลมากมาย โหย มีทางลงไปชั้นใต้ดินอีกแหนะ ชะเง้อคอมองลงไปหวังจะเห็นห้องนั้นแต่ก็ดูได้แค่นิดเดียวเสียงของพ่อบ้านที่เดินนำมาก็เรียกให้เลี้ยวเข้าไปในกรอบประตู้ไม้ทางซ้าย
พอเข้าไปปั๊บก็ได้แต่ยืนตะลึงอึ้งทึ่งกับภาพคุณป๋ามีสองสาวกำลังอ้อล้อนัวเนีย อ๊าก! ใช่ที่ไหน นั่นหลานเค้ากำลังกอดคุณปู่ที่เพิ่งได้เจอหน้ากันต่างหากเล่า! ยูชอนสะบัดหัวที่เริ่มจะฟุ่งซ่านเลอะเทอะก่อนจะกล่าวทักทายต่อจากเพื่อนข้างๆ
“อืม เธอสองคนสินะที่เป็นคนรักของหลานฉัน” ชายชราที่ดูยังไงก็ไม่ชราสมอายุระบายยิ้มบางให้เด็กหนุ่ม มือกร้านงานตามวันเวลาคว้าเอกสารบนโต๊ะขึ้นในขณะที่แจจุงและจุนซูเดินไปหาคนเป็นแฟน “พินัยกรรมฉบับนี้ฉันให้กับแทซก เพราะกลัวว่าเจ้าลูกชายคนเล็กของฉันจะไปไหนไม่รอด ที่ไหนได้ ผ่านไปหลายปีก็เห็นว่ายังอยู่ดีมีสุขกับผู้หญิงที่เป็นเพียงหญิงสาวต่างจังหวัด แต่ฉันก็เป็นห่วงหลานที่จะมีในอนาคต ก็เลยร่างพินัยกรรมนี้ไปเสนอ แต่แทซกก็ปฏิเสธที่จะรับ หมอนั่นบอกว่าแค่ลูกตัวเองทำไมจะเลี้ยงให้ดีไม่ได้ ส่วนฉันก็ไม่คิดจะทำลายเอกสารนี้ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างไม่ยอม เจ้าลูกชายฉันมันคงรำคาญเลยรับไว้แต่ก็ไม่รับปากว่าจะใช้ แต่ตามกฎหมายแล้ว ถ้าฉันตายยังไงหมอนั่นก็ต้องรับไว้อยู่ดี”
ฮันโซวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วถอนหานใจเบา เขานั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วมองไปยังกลุ่มเด็กหนุ่มตรงหน้า “แล้วนี่หลานแท้ๆ ของฉันก็บอกว่าจะไม่รับมรดกอีก”
คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงมองสบตากันก่อนจะเลื่อนลงมองคนรักข้างกาย
“ทำไมล่ะจุนซู?” คนตัวเล็กไม่ได้ตอบ ซ้ำยังก้มหน้าจนคางแทบจะติดอก มือก็กำชายเสื้อคนถามไว้แน่น ยูชอนจึงหันไปมองเพื่อนอย่างงุนงง
ยุนโฮหันมองคนสวยของเขาบ้างก็เห็นว่าเจ้าตัวหันหลบสายตา ผิวแก้มก็ซับสีเลือดจนแดงก่ำไปหมด “มีปัญหาอะไรเหรอแจจุง?” เรียวนิ้วยาวเชยคางมนให้หันมาสบตา “ว่าไง?”
แจจุงก้มหน้าอีกครั้งแล้วส่ายหัวเบาๆ ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยตอบ “ก็พินัยกรรมบอกว่า มรดกทั้งหมดที่จัดแบ่งไว้จะได้รับก็ต่อเมื่อผมและจุนซูมีทายาท แล้ว...ผมจะมีได้ยังไง ก็ในเมื่อผมเลือกที่จะมีแค่ยุนโฮ”
“ผมก็มีแค่ยูชอนเหมือนกัน” คนตัวเล็กเอ่ยตอบบ้าง พร้อมกับเพิ่มแรงดึงจนคุณชายปาร์คเกรงว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างเสื้อของเขาคงได้ยืดยานเพราะความเขินอายของคนน่ารักเป็นแน่
มือใหญ่กดศีรษะกลมเข้าแนบอกด้วยความปลื้มปีติจนแทบจะกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาเฉกเช่นแข่งเทนนิสชนะระดับโลก โอ้ว แฟนกรูได้อีกครับ น่ารักได้อีก น่ารักกว่านี้คาดว่าไม่พ้นสามเดือนคงปั๊มลูกให้จุนซูได้สักคนอย่างแน่นอน วาฮ่าๆ
ขณะที่ร่างสูงทางซ้ายกำลังคิดเพ้อเจ้อ ร่างสูงอีกคนก็ส่งสายตาสื่อรักกับคนสวยไม่เลิกรา เกือบจะลืมไปแล้วว่าอยู่ที่ไหนหากวิเวียนที่ยืนฟังอยู่นานไม่พูดแทรกขึ้น
“ก็ไม่เห็นจะเป็นไร พวกนายก็แต่งงานกัน แล้วก็รับเด็กบุญธรรมมาเลี้ยง เท่านี้ก็จบ”
“เอ๋?” ทั้งจุนซูและแจจุงหันไปมองคนพูดพร้อมกัน
“ฮ่าๆ!!!” เสียงหัวเราะของประธาน Ampae ดังลั่นนออกมาด้วยอารมณ์เปี่ยมสุขทำเอาทุกคนมองหน้ากันอย่างงุนงง เขารู้จักนิสัยของหลานสาวคนนี้ดีว่าเป็นคนยังไง คิดอะไรแผลงๆ ได้ตลอด และเพราะตลอดมาเขามีเพียงวิเวียนที่เป็นหลานคอยให้ได้เลี้ยงดูแก้เหงา มาตอนนี้เขาก็นึกอยากจะมีเหลนบ้างแล้ว ถึงจะนึกเสียดายเรื่องที่หลานชายทั้งสองคนไม่สนที่จะแต่งงานกับหญิงสาวเพื่อมรดก แต่ก็นึกภูมิใจอยู่ไม่น้อยที่หลานทั้งสองคนไม่เห็นแก่ทรัพย์สิน มองเรื่องความรักเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนกับลูกชายคนเล็กของเขาไม่มีผิด อีกอย่าง คนรักของแจจุง ก็ใช่ว่าจะไม่ได้เรื่องเสียหน่อย หากเด็กคนนี้เข้ามาดูแลกิจการส่วนหนึ่งยามที่เขาอยากหยุดพักคงดีไม่น้อยทีเดียว...
“ชองยุนโฮ” ฮันโซปรับน้ำเสียงจริงจังจนคนถูกเรียกเกิดความเกร็งไม่น้อย “ฉันเพิ่งได้ดูงานนำเสนอของ Y Cooperation มันแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่นำเสนอเข้ามา ทำให้ฉันสนใจมาก จึงตัดสินใจสรุปว่าจะทำธุรกิจตัวใหม่ร่วมกับ Y Cooperation และฉันก็ได้ติดต่อกับพ่อของเธอแล้ว งานครั้งนี้ ใจความสำคัญส่วนหนึ่งเธอเป็นคนออกความเห็นใช่ไหม?”
ปกติงานใหญ่แบบนี้ยุนโฮจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะไม่อยากก้าวก่ายงานของพ่อ แต่เพราะเรื่องที่พ่อของเขาคิดจะจับเขาหมั้นกับวิเวียน และเขาก็เกรงว่าถ้าปล่อยไว้บริษัทคู่แข็งของพ่อซึ่งมีคังยูนาดูแลอยู่ตอนนี้อาจทำให้เรื่องไม่ง่ายนัก มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเสนอแนวคิดไป เพราะถ้าบริษัทของพ่อได้รับการตอบรับจาก Ampae มันก็ไม่มีผลกับการหมั้นระหว่างเขากับวิเวียนอีก แต่ก็นึกไม่ถึง ว่าแจจุงจะเป็นหลานชายของประธาน Ampae ไปเสียได้
“ครับ” ยุนโฮตอบเพียงแค่นั้น แต่ทำเอาชายชราระบายยิ้มกว้างออกมา
“ดี! เด็กหนุ่มที่มีความสามารถแบบนี้ฉันก็ต้องชื่นชมสักหน่อยล่ะ เห็นพ่อของเธอบอกว่าจบม.ปลายแล้วจะรับตำแหน่งประธานเลยหรือ?”
“ใช่ครับ เพราะระหว่างที่ผมเรียนอยู่เกรด 10 ที่ต่างประเทศ ผมสอบเทียบปริญญาไว้แล้ว เหลือแต่เรียนหลักสูตรม.ปลายให้จบ”
ฮันโซพยักหน้ารับเนิบๆ เขาค่อยลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเด็กหนุ่ม “พินัยกรรมที่ฉันร่างไว้ ก็ตั้งใจจะยกให้หลานชายทั้งสองอยู่แล้ว ตั้งแต่เค้าเกิดมาฉันก็เฝ้ามองมาโดยตลอด ช่วงที่แทซกและแชฮยอนเสียไปก็คิดจะรับหลานทั้งสองกลับมา แต่ฮายอนก็มาห้ามไว้เพราะอยากให้หลานของเธอเข้มแข็งด้วยตัวเอง อีกอย่างที่สำคัญที่ฮายอนบอกกับฉันคือ บางสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด จนถึงตอนนี้ ฉันได้เห็นแล้วว่าหลานชายทั้งสองคนของฉันเติบโตมาได้ดีแค่ไหน” มืออบอุ่นของคนพูดทาบลงที่หัวของคนเป็นหลานชายทั้งสอง “ปู่ไม่คิดจะห้ามอะไรที่พวกหลานตัดสินใจแล้ว แต่มรดกส่วนนี้มันเป็นของหลานมาแต่ต้น ปู่จะแก้ร่างพินัยกรรมใหม่ ยังไงหลานก็ต้องรับไว้นะ มันไม่ได้มากมายอะไรหลานก็รู้” ใบหน้าของชายชราก้มลงใกล้หลานชายคนสวย ก่อนเอ่ยเสียงกระซิบ “ถ้าให้มากไปเดี๋ยวเจ้าพวกลูกชาย ลูกสะใภ้คนอื่นจะไม่พอใจเอาน่ะ”
แจ จุงได้แต่ระบายยิ้มรับ และพยักหน้าเข้าใจ แต่ที่ปู่บอกมาว่าไม่ได้มากอะไร มันก็มากจนเขากับจุนซูแทบไม่ต้องทำงานกันไปทั้งชีวิตแล้ว แต่ที่สำคัญคือบ้านพักที่อยู่ที่เกาะเชจูที่ปู่ยกให้เขากับจุนซูต่างหาก มันเป็นบ้านของพ่อที่เคยใช้มาพักร้อนบ่อยๆ และทำให้ได้เจอกับแม่ของเขา...ให้ตายเถอะ เขาไม่ยักรู้ว่าบ้านที่ใหญ่โตขนาดนั้นจนคนทั้งเกาะตะลึงกันเป็นเรื่องเล่า กันปากต่อปากว่าเจ้าของจะต้องรวยระดับแนวหน้าของประเทศแน่ๆ จะกลายมาเป็นบ้านพักตากอากาศของพ่อเขา
“ที่นี้ก็เหลือแต่เรื่องของเธอ ชองยุนโฮ” ฮันโซหันไปสบตากับเด็กหนุ่ม “ฉันเห็นข่าวประกาศว่าจะหมั้นกับหลายชายของฉันเมื่อหลายเดือนก่อน รู้ไหมว่าถ้าปล่อยนานไปมันจะทำให้อีกฝ่ายเสียหาย และฉันก็ไม่ชอบเสียด้วยถ้ามีใครมาประกาศแค่ลมปากกับหลานของฉัน”
ร่างสูงระบายยิ้มแล้วว่า “รับทราบครับ ถ้าคุณฮันโซต้องการ ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด...ขอบคุณมากครับ!!!” แล้วยุนโฮก็โค้งให้ชายตรงหน้าด้วยความดีใจ “ผมจะดูแลแจจุงให้ดีที่สุดครับ!”
แจจุงที่เห็นอย่างนั้นก็รีบยกมือปิดปากด้วยความรู้สึกเป็นสุขอย่างไม่คาดคิด เขาเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วตอนที่ยุนโฮดึงเขาเข้าไปสวมกอดแล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูห้ามไม่ให้เขาร้อง ‘อย่าร้องนะแจจุง ฉันไม่อยากให้นายร้องไห้อีกแล้ว’
“แล้วจุนซูล่ะ ว่ายังไงฮึ? อยากหมั้นกับปาร์คยูชอนหรือเปล่า?” ยูชอนเกือบจะตะโกนบอกไปแล้วว่าอยากหมั้นกับหลานท่านจะแย่ แต่คนถามกลับพูดต่อแบบที่ชายปาร์คต้องน้ำตาเล็ด “แต่ปู่ไม่อนุญาตหรอกนะ ปู่อยากเห็นหลานเรียนให้จบก่อน เรื่องจะหมั้นหรือไม่หมั้นปู่ต้องขอพิจารณาแฟนของหลานคนนี้ก่อน” เขาหันไปมองเด็กหนุ่มที่เกิดอาการเซื่องซึมเป็นไก่ติดโรคกะทันหัน “เรื่องกีฬาของเธอฉันชื่นชมมากนะ แต่เรื่องงานบริหารก็สำคัญ รีบๆ ทำผลงานให้ได้เร็วๆ เหมือนอย่างกีฬาล่ะ อีกสองเดือนจะมีชิงแชมป์ประจำปีถ้วยรางวัล Opal ห้ามแพ้ซะล่ะ ฉันอยากได้รุ่นน้องรางวัลนี้เป็นหลานเขยนะ”
ดวงตาเรียวของยูชอนเบิกกว้างก่อนจะตะโกนออกมาอย่างลืมตัว “อ่ะ!! คุณคือคิมฮันโซที่ชนะถ้วยรางวัล Opal ถ้วยแรก!!!” ลางๆ จะก้มกราบไหว้อยู่แล้วที่เจอคนที่เป็นฮีโร่ในดวงใจมาอยู่ตรงหน้า ก็ว่าอยู่ชื่อเหมือนกัน ถึงหน้าตาจะเปลี่ยนไปบ้างนิดหน่อยแต่ไม่นึกว่าจะเป็นคนเดียวกับที่เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตอย่างนี้ โอ้โห ทำไมเรื่องมันถึงได้โอเวอร์ แอดแวนเจอร์ ซัมติงรอง แอนเดอะยำเละได้ขนาดเน้!~
กว่าที่จุนซู แจจุงและแฟนหนุ่มทั้งสองจะออกจากคฤหาสน์หลังโตพระอาทิตย์ก็ใกล้แท็คมือกับดวงจันทร์อยู่รอมร่อ สรุปว่าแจจุงและจุนซูก็ได้เป็นหลานของคิมฮันโซอย่างถูกกฎหมาย หลังจากที่จุนซูสอบเสร็จและปิดเทอมได้เพียงสามอาทิตย์ คิมฮันโซก็จัดงานเปิดตัวหลานชายทั้งสองให้คนในแวดวงได้รู้จัก และถือโอกาสประกาศงานหมั้นของคิมแจจุงและชองยุนโฮ ซึ่งในตอนนี้ก็รับตำแหน่งเป็นประธานบริษัท Y Cooperation และยังเป็นผู้ร่วมถือหุ้นโครงการใหม่ของ Ampae อีกด้วย
ในวันเซ็นสัญญาร่วมหุ้นของ Y Cooperation และ Ampae ยุนโฮได้เจอกับยูนาอีกครั้ง บริษัทของเธอมาร่วมแสดงความยินดีเปิดตัวโครงการใหม่ของ Ampae แม้ว่าตนจะแพ้การนำเสนองานครั้งนี้ก็ตาม ยุนโฮไม่ได้พูดคุยกับยูนามากนัก เพราะเขาถูกสื่อรุมสัมภาษณ์ และตอนท้ายของงานเขาก็พบว่าคังยูนากลับไปแล้ว
“เป็นอะไรแจจุง อย่าคิดมากเลยน่า” ยุนโฮจับให้คนที่ทำหน้าเครียดเกือบตลอดทั้งงานให้หันหน้าเขาหาแผ่นอก เขาลูบเส้นนผมสีทองสว่างเบาๆ อย่างรู้ใจว่าคนในอ้อมแขนนี้เป็นกังวลเรื่องอะไร
“รู้สึกไม่ดีเลย ผมเป็นคนเลวใช่ไหมที่แย่งยุนโฮมาจากพี่สาวของเธอ” แจจุงกดหน้าตัวเองลงกับอกกว้างมากขึ้น เขารู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะว่ารู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมาทีหลัง รู้ว่าแย่งเค้ามา แต่ก็หักห้ามใจตัวเองที่จะปล่อยยุนโฮไปอีกไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นคังยูนาที่เป็นน้องสองก็ตามที่มาแกล้งให้เข้าใจผิด แต่เขาก็อดรู้สึกแบบนี้ไม่ได้หากว่าคนคนนั้นคือคังยุนอาตัวจริง...มันเหมือนกับว่าเขาแย่งยุนโฮมาจากคังยุนอาจริงๆ
“แจจุง มองหน้าฉัน” ยุนโฮจับใบหน้าสวยให้เงยขึ้น “ถ้าจะมีใครเลว ก็คือฉันเอง ไม่ใช่นาย ไม่ใช่ยุนอา แต่เป็นฉันเองที่ทำให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็เลือกนายแล้ว ฉันยอมเลวเพื่อที่จะได้อยู่กับนาย ฉันไม่เคยเสียใจอีกเลยตั้งแต่ตัดสินใจว่านายคือคนที่ฉันต้องการ” ยุนโฮก้มลงใกล้ดวงหน้าหวาน “ฟังฉันนะแจจุง ความรักไม่ใช่เรื่องผิด และนายจะเห็นแก่ตัวบ้างฉันก็ไม่ว่า เพราะคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดก็คือฉัน และฉันก็รักนายที่นายรักฉันอย่างนี้”
ริมฝีปากอุ่นแตะเบาๆ ลงกับหน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนลงทาบทับริมฝีปากนุ่ม “มองแค่ฉัน ไม่ว่ารอบตัวนายจะเป็นยังไง จะมีใครอีกสักกี่คนที่เข้ามา ฉันอยากให้นายรู้ไว้ ว่าที่ตรงนี้ จะคอยให้ความรักนายเสมอ” มือบางที่ถูกจับให้ทาบลงกับหน้าอกคนพูดสั่นสะท้านเมื่อรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของคนตรงหน้า
“ไม่สัญญาว่าจะรักกันไปนานอีกสักกี่ปี แต่ฉันสัญญา ว่าหัวใจและลมหายใจของผู้ชายคนนี้ จะมีเพื่อนายเพียงคนเดียว”
มันไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความเสียใจ แต่มันเป็นน้ำตาที่แจจุงก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเส้นสิ้นสุดของความสุขนี้มันไปหยุดอยู่ที่ตรงไหน หรือความสุขของเขาอาจจะอยู่ที่ตรงนี้ ที่แววตาของคนคนนี้ ที่รอยยิ้มของคนคนนี้ ที่หัวใจของคนคนนี้ที่มีเพื่อเขา มีเพื่อรักเขา...
เพียงแค่ชองยุนโฮรักคิมแจจุงเพียงเท่านั้น...
::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::
ปิด เทอมมาเยือนแค่ไม่นาน จุนซูและยูชอนก็เข้าสู่ช่วงสอบเข้ามหาลัย คราวนี้คนตัวสูงไม่ยอมพลาดที่จะทิ้งห่างการติดต่อกับคนตัวเล็ก จึงได้แบกหน้าไก่ๆ ไปหาพี่แจจุงคนสวยแล้วสู่ขอน้องสุดที่รักของพี่แจจุงมาช่วยกันติวหนังสือที่ คอนโดของเขา ซึ่งผลที่ได้ย่อมโดนคัดค้าน ก็นะ พี่แจจุงก็คงกลัวว่าน้องชายจะไม่ได้ทำการอ่านหนังสืออย่างเดียว แต่ก็โชคดีที่ไอ้ยุนโฮเพื่อนรักมันไปช่วยพูดให้จนยอมในที่สุด แต่บอกตรงๆ เห็นแล้วก็อิจฉาคู่รักที่เพิ่งจะหมั้นกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนชะมัด
“โห ยูชอนดูดิ ข่าวของพี่แจจุงกับยุนโฮลงนิตยสารอีกแล้วอ่ะ นี่ขนาดผ่านมาอาทิตย์นึงแล้วนะ” เสียงเล็กร้องเรียกให้คนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังให้ชะโงกหัวมาดู
คนตัวเล็กขยับเบียดนั่งชิดแผ่นหลังกว้างมากขึ้นเพื่อที่ฝ่ายนั้นจะได้มองเห็นข่าวได้ถนัด จุนซูวางแขนทั้งสองลงกับท่อนขายาวที่คร่อมอยู่ข้างกายแล้วเอียงหัวไปข้างๆ พลางยื่นหน้าหนังสือไปใกล้ใบหน้าคม “เห็นปะ? ดังชะมัดเลยเนอะ”
“อืม แบบนี้ก็ดีแล้ว ร้านของจุนซูจะได้ไม่โดนแกล้งไง แล้วนี้จุนซูก็ไม่โดนใครแกล้งแล้วใช่ไหม?” ยูชอนเอ่ยตอบลำบาก แผ่นหลังที่แนบสนิทกับขอบเตียงเริ่มเกร็งขึ้นมา เขาใช้ขาข้างหนึ่งสะกิดเขี่ยโต๊ะตัวเล็กที่วางหนังสือเตรียมสอบให้พ้นทางเพื่อยืดขาข้างนั้นออกไป
“ไม่โดนแล้ว สงสัยเพราะคุณปู่ล่ะมั้ง พอรู้ว่าผมเป็นหลานคิมฮันโซ ก็ไม่มีใครมายุ่งเลย อ่ะ ยูชอนเมื่อยเหรอ? งั้นผมขยับไปนั่งที่เดิมนะ” ที่เดิมที่ว่าคือตรงข้ามโต๊ะกับร่างสูงที่เมื่อสิบนาทีก่อนพวกเขายังสนใจกันแก้โจทย์เลข
“เดี๋ยว!” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ไหล่เล็ก “นายอย่าขยับนะ” แถมด้วยอาการหอบหน่อยๆ ให้คนตัวเล็กได้ตัวแข็งเป็นหิน
...ตายล่ะ! นี่เขาขยับโดนส่วนนั้นของยูชอนเหรอเนี่ย!~~...
“ยูชอน เรากำลังติวหนังสือกันอยู่นะ”
“รู้แล้ว”
“ตอนนี้ก็ยังเพิ่งจะบ่ายโมงด้วย”
“อืม ฉันรู้”
“แล้วมือนี่มันอะไรกันล่ะ!” มือเล็กตะปบหมับเข้าที่หลังมือหนาที่เพิ่งทำเนียนสอดผ่านเสื้อยืดเข้าลูบคลำผิวเนื้อของเขา ใบหน้าเล็กหันควับไปเจอสีหน้าที่ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาก็รู้ว่ายูชอนเข้าโหมด ‘อยากอึ๊บ’ ไปเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวค่อยอ่านตอนกลางคืนแล้วกัน มาทำกันเถอะ!” พูดจบก็คว้าเอวเล็กหิ้วขึ้นเตียงทันที ร่างทั้งร่างก็ทิ้งตัวลงทับร่างเล็กให้นอนแผ่แบหราทอดกายอยู่บนที่นอน จมูกโด่งรีบทำงานว่องไวด้วยการซุกไซ้ซอกคอและใบหน้าหวาน ไม่แพ้มือที่ช่ำชองในการปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ทำงานได้ไวพอตัว ไม่นานนักก็เหลือเพียงเนื้อแนบเนื้อให้คนตัวเล็กได้หอบหายใจรวยรินสะท้านเฮือกอย่างเสียวซ่านจากทุกสัมผัสที่ถูกปรนเปรอไม่หยุด
“ฮ่ะ อ่า...ยูชอนอ่า....” ใบหน้าเล็กแหงนหงายหอบหายใจติดขัด สองมือกดลงกลางศีรษะแล้วขยุ้มเส้นผมหนานุ่มเมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นจนแทบจะถึงจุด หากแต่เรียวลิ้นก็ไม่ยอมถอยห่างเสียที ทั้งเกี่ยวกระหวัด ทั้งดูดดึงดุนดันจนสติเริ่มหลุดกระจ่ายมึนงงไปหมด เกือบจะสิ้นสติตอนที่อารมณ์ถูกปลดปล่อยไปในโพรงปากร้อน หอบหายใจจนปวดไปทั้งหน้าอก ยังไม่ได้รับอากาศที่เพียงพอก็ถูกประกบปากลงเสียก่อน
“อือออ อื้อ...” มือเล็กปาดป่ายไปตามแผ่นหลังกว้างที่ชื้นเหงื่อ หูตาแทบเหลือกเพราะขาดออกซิเจน ถูกประกบจูบแล้วจูบอีก กว่าจะได้หายใจหายคออีกครั้งก็ทำเอาเกือบตาย
“ยูชอนบ้า! ถ้าผมตายคาเตียงจะทำไงเล่า!!” มองค้อนเข้าให้เสียทีหนึ่ง แต่ดันได้จูบที่หน้าผากมาเป็นการตอบแทน
“ตายคาเตียงที่ไหน ตายคาอกแมนๆ ของฉันนี่ต่างหาก” ยิ้มทะเล้นไม่พอ ยังยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกแหน่ะ ยูชอนที่ยังอยู่ในท่าคร่อมร่างเล็กไว้หัวเราะร่วนลงคอด้วยความพอใจที่เห็นหน้าคนตัวเล็กซับสีเลือดจนแดงไปหมด
“บ้อบอที่สุด หลงตัวเองจริงๆ เลย” ปากว่างั้น แต่ก็แอบยิ้มกับตัวเองตอนเสหลบหันข้าง
“จุนซู~”
“อะไรอีก”
“ทำให้ฉันบ้างดิ นายสุขอยู่คนเดียวเลยนะ” กระแซะหน้าเข้าไปใกล้ ลืมตัวนึกว่าเป็นแมวเลยเผลอเลียเข้าที่ลำคอขาวจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก มือเล็กรีบตะปบปิดลำคออย่างตกใจ ได้ทีอีกคนรีบพูดยั่วอารมณ์ “เห็นป่ะ จุนซูก็เริ่มอยากทำแล้วใช่ม๊า มาทำกันเถอะนะ นะๆๆๆ”
“ไม่เอา ยูชอนทะลึ่ง! จะไปอ่านหนังสือแล้ว ก็บอกว่าไม่ไงเล่า! อื้อ!!~ ไม่นะยู...มะ อือ อืม....อย่าสิ...อืมมม ยูชอนอ่า...”
ไม่ ถึงห้านาทีจากเสียงคัดค้านก็กลายเป็นเสียงหอบหายใจและเสียงร้องครางอย่างสุข สมดังสลับกันไปกับเสียงเปียกลื่นของผิวเนื้อที่ทาบทับกันและกัน และไม่ต้องบอกก็คงเดาได้ว่า คืนนี้ พวกเขาก็คงไม่ได้อ่านหนังสืออย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอน
ท้องฟ้าของวันใหม่ทอแสงเข้ามาให้จุนซูได้ระคายเคืองจนต้องลืมตาตื่น เขาขยับตัวยุกยิกอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาและวงแขนใหญ่ที่โอบอยู่รอบตัวจนหันไปมองคนที่หลับอยู่ข้างๆ ได้ชัดถนัดตา
มือเล็กเกลี่ยเส้นผมของคนเป็นแฟนเบาๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นนิตยสารบนหัวเตียง เรื่องของพี่แจจุงกับยุนโฮที่เคยต้องเลิกกันเพราะคนรักเก่านั้นทำให้เขากลัวอยู่ในใจลึกๆ มันมีดีแค่อย่างเดียวกับเรื่องนั้นที่ได้รู้ว่ายุนโฮรักพี่แจจุงอย่างแท้จริง แต่หากว่าสองคนนั้นไม่ได้ลงเอยกันอย่างทุกวันนี้ล่ะ พี่แจจุงของเขาอาจจะกลายเป็นคนอีกคนไปแล้ว...แล้วถ้าหากเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับเขาและยูชอนล่ะ เขาจะทนได้อย่างพี่แจจุงหรือเปล่า บางที เขาอาจจะเป็นยิ่งกว่าพี่แจจุงก็ได้ถ้าต้องเลิกกับยูชอน
“ร้องไห้ ทำไม?” เสียงทุ้มนั้นเรียกให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว เขารีบส่ายหัวแล้วเช็ดน้ำตาลกๆ แต่ก็ถูกคนที่ไวกว่าคว้าข้อมือไว้แล้วเป็นฝ่ายเช็ดให้แทนด้วยริมฝีปากอุ่นๆ
“เป็นอะไรไปจุนซู? ฉันทำนายเจ็บมากเหรอ?? ให้ฉันทายาให้ป่ะ?” ทำท่าจะจับคนตัวเล็กหันหลัง แต่ถูกฝ่ายนั้นขืนแรงไว้
“ยูชอน ถ้าเกิดว่า เอ่อ...ถ้าเกิดพี่ฮยอนฮีกลับมาหานาย นายจะเลือกพี...” ยังถามไม่จบก็โดนจับกดจูบหนักๆ
“ถามอะไรไร้สาระ ฉันก็ต้องเลือกนายดิ พี่ฮยอนฮีเขาแต่งงานมีความสุขไปกับพี่ชินฮยอนแล้วนายก็รู้นี่ แล้วก็นะ ถึงพี่เค้าจะไม่ได้แต่งงาน หรือไม่มีใครใหม่ ฉันก็เลือกนายอยู่ดีนั่นแหละ” คนพูดดีดหน้าผากมนเบาๆ เป็นการลงโทษแล้วว่า “อย่าลืมซะล่ะ มันเพราะใครกันที่จู่โจมเข้ามาในชีวิตของฉันก่อน เพราะใครกันที่ทำเอาฉันไปไหนไม่รอด ทั้งหมดมันก็เพราะนายนั่นแหละคิมจุนซู และถ้านายไม่รับผิดชอบฉันคนนี้ที่ตกเป็นของนายไปทั้งหมดแล้วล่ะก็ ฉันจะตามจองล้างจองผลาญนายไปทุกชาติเลย โทษฐานที่นายทำให้ฉันเป็นโฮโมแล้วคิดจะทิ้งกัน”
จุนซูระบายยิ้มกว้างทั้งน้ำตา ไม่ได้ซึ้ง แต่เจ็บที่ถูกดีดหัว ฮึ่ย ไม่ได้ซึ้งจริงๆ นะ แค่พูดแทงทะลุหน้าอกถึงหัวใจเท่านั้นเอง
“ฮึก...ฮือ....นี่คือคำบอกรักของยูชอนเหรอ ฮือๆ...ไม่ซึ้งเลยอ่ะ โฮ่!~~~~~~”
ยูชอนหัวเราะขำแล้วดึงคนขี้แยเข้ามากอดแนบแน่น ไออุ่นของแสงแดดก็สู้วงแขนของกันและกันไม่ได้ จุนซูหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก อืม อบอุ่นมากๆ เลยแหละ ถึงจะเปลือยกันอยู่ทั้งคู่ก็เถอะ แต่แค่กอดกันอย่างนี้มันก็อบอุ่นไปถึงหัวใจแล้ว อืม อุ่น อุ่นมาก...แต่เอ๊ะ? มันชักจะมากไปแล้ว
“ยู...ยูชอน มะ ไม่เอาแล้วนะ! เรายังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือกันเลยนะ!!”
“แค่รอบเดียว สัญญาเลย รอบเดียวเท่านั้น มันช่วยไม่ได้แล้ว นายทำฉันร้อนรุ่มไปทั้งตัวเลย”
“อ๊า!! คนลามก!!!!~”
::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::
เช้าวันอาทิตย์เป็นวันที่คนสวยเจ้าของร้าน Windsor จะทำตัวเป็นเด็กสมวัยด้วยการนอนตื่นสายบ้างเป็นบางครั้ง วันนี้ก็เช่นกัน กว่าที่ร่างบางบนเตียงจะตื่นขึ้นมองแสงแดดสีทองของรุ่งอรุ่ณก็เป็นเวลา 8 โมงแล้ว แจจุงจัดการตัวเองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกหนึ่งชั่วโมงก็เตรียมลงไปดูร้านว่าขาดเหลือของหรือวัตถุดิบอะไรที่ต้องไปซื้อเพิ่มบ้าง
แต่ในทันทีที่เปิดประตูออกมา แจจุงก็ต้องพบกับภาพของดอกไม้สีขาวถูกจัดวางไปทั่วทั้งชั้นระเบียงกว้าง ดอกลิลลี่นับร้อยนับพันวางติดๆ กันไปหมดจนเหลือทางเดินแค่เพียงเล็กน้อย ที่สุดปลายทางนั้นคือร่างสูงในชุดเสื้อยืดและกางเกงยืนส์แบบสบายๆ ยืนถือช่อลิลลี่ด้วยรอยยิ้มกว้างรอให้เขาเข้าไปหา
หลังมือเรียวที่สวมแหวนทองคำบริสุทธิ์ยกขึ้นปิดริมฝีปากด้วยความเขินอาย ก่อนจะก้าวเดินไปหาเด็กร่างสูงตรงหน้า เมื่อและร่างกายยืนประชิดกัน มือข้างนั้นก็ถูกมือใหญ่กุมเอาไว้แนบแน่น สัมผัสของแหวนชนิดเดียวกันสัมผัสกันแผ่วเบา
ชายหนุ่มยื่นดอกลิลลี่ช่อที่สวยที่สุดในสายตาของผู้รับไปให้ตรงหน้า “ลิลลี่สีขาว แปลว่าขอโทษ” เมื่อแจจุงรับช่อดอกไม้ไป เขาก็ดึงร่างบางเข้ามากอด “ไม่ว่าสิ่งใดที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่เราพบเจอกัน ฉันขอโทษที่ทำให้นายต้องเสียใจ...ฉันขอโทษนะแจจุง ขอโทษ...”
วงแขนเล็กสวมกอดตอบ ใบหน้าสวยแนบลงกับอกอุ่น “ถ้ายุนโฮไม่รักเธอคนนั้นมากอย่างนี้ ผมก็คงไม่เชื่อมั่นในตัวยุนโฮหรอกว่าจะรักผมจริงถ้าเราคบกันอีกครั้ง เรื่องที่ผ่านมาคือสิ่งที่พิสูจน์ให้ผมรู้ว่ายุนโฮรักผมมากมายแค่ไหน และทำให้ผมรู้ว่าผมรักยุนโฮมากแค่ไหนด้วยเหมือนกัน”
คนสวยดันแผ่นอกหนา แล้วยื่นมือข้างหนึ่งเข้าทาบเบาๆ บนใบหน้าคม “แล้วมันก็ทำให้ผมรู้ว่า ความรักสวยงามแค่ไหน”
ปลายเท้าเล็กเขย่งขึ้นเล็กน้อย มือบางเลื่อนลงจับไหล่หนา ก่อนที่ใบหน้าสวยจะขยับเข้าหาอีกคน แล้วประทับจูบแผ่วเบาราวปุยนุ่น
วงแขนกว้างโอบเอวคอดเข้ามาใกล้แล้วจูบตอบอย่างนุ่มนวล เรียวลิ้นที่แลกสัมผัสแก่กันบ่งบอกถึงรสชาติของความรักทั้งคู่ได้ดีว่าหอมหวานเพียงไร และความหอมหวานในความรักครั้งนี้ของพวกเขาก็จะยาวนานจนไม่อาจรับรู้ได้ ไม่มีสิ่งใดแน่นอน มีเพียงหัวใจของพวกเขาในเวลานี้เท่านั้นที่มั่นคงแก่กันและกัน
ยุ นโฮโอบร่างบางขึ้นอุ้มจนปลายเท้าเล็กลอยขึ้นจากพื้น เขาจับยึดสะโพกบางและเอวคอดแน่นก่อนจะหมุนตัวไปเป็นวงกลมด้วยความสุขอย่าง ไม่อาจระบายออกมาเป็นอื่นใดได้อีกแล้วนอกจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้
ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ แสงแดดอุ่นๆ ของยามเช้า เสียงหัวเราะสดใสของคนสองคนบนชั้นสองของร้าน Windsor และรอยยิ้มเปี่ยมสุขที่มีให้แก่กัน ทุกอย่างบ่งบอกให้สรรพสิ่งรอบตัวคู่รักคู่นี้ให้ได้รับรู้ว่าความรักของพวกเขาจะเป็นพลังให้แก่กันเพื่อเดินต่อไปในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร หากมีเพียงคนนี้อยู่ข้างกายก็ไม่หวาดหวั่นอะไรอีกแล้ว
“แจจุง เราแต่งงานกันนะ”
::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::
2 U Service – END –
Talk :: ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ทำให้มารีโพส 2 U Service ช้ามากมาย ...บอกความจริงก็ได้ อิบีทำไฟล์เวิดหายคับ T^T ฮ่าๆ ความจริงก่อนหน้าลงวินใหม่มันก็ยังอยู่ดีกินดีแหละ แต่ด้วยความขี้เกียจก็อปมารีโพส เลยดองๆ ไว้ก่อน ละแบบลืม = =" ตอนพี่คอมโดนไวรัสโจมตีบุกยึดศูยน์กลาง ก็เลยใช้แผนรบขั้นสุดท้ายล้างเครื่องโลด ...นั่นแล ไฟล์มันเลยกระจุยกระจาย กว่าจิได้นำกลับมารีโพสให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามภาคต่อก็เลยนานขนาดเน๊....ผิดไปแล้วคับ เค้าขอโทษ~ TOT~~~
แหะๆ มีอะไรจิแอบบอก คือตอนพิเศษเล่มนี้ มีคู่เว่นแจด้วย! อ่ะ งงอ่ะดิ ฮ่าๆ อิบีก็งงเหมือนกัน (จะพูดเพื่อ?)
อ่านเรื่องนี้จบแล้ว อยากจิลองอ่านเรื่องอื่นๆ ก็ตามลิ้งนี้เลยเน๊อ Link Fiction Update
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^










