☆ KimYoonBe [KYB] ★ View my profile

03-2KIMDelivery

[TVXQ Fiction] 2 Kim Delivery - [Last Package]

posted on 12 Dec 2008 19:14 by kimyoonbe  in 03-2KIMDelivery

 tvxqfic

 

re-post : TVXQ's Fanfiction No.3


Title : 2 Kim Delivery [Episode I]

Author : KimYoonBe [KYB]

Category : Comedy / Romance

Pairing : Yunho/Jaejoong , YooChun/JunSu , Etc

 

[Last Package]

 

 

ได้!”

 

ไม่ได้!”

 

ก็กรุบอกว่าได้!!”

 

ก็กรุบอกไม่ได้!!”

 

ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านหน้าร้านคอฟฟี่ช็อฟในย่านใจกลางแหล่งท่องเที่ยว โต๊ะกระจกเล็กที่ตั้งติดกับพุ่มไม้ด้านหน้าตัวร้านถูกจับจองด้วยสองหนุ่มหล่อที่กำลังถกเถียงปัญหาสำคัญจนไม่ได้คิดสนใจสายตาของคนรอบๆ ที่มองมายังพวกเขาเลยสักนิด

 

ปัง!!

 

มือหนาของคนที่นั่งหน้าบูดเป็นไก่ติดโรคกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างหมดความอดทน

 

ไอ้ยุนโฮ! เมิงเอาพี่แจจุงไปได้ แล้วทำไมกุจะเอาจุนซูไปไม่ได้ ไหนบอกมาดิ๊!!” ใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้เพื่อนซี้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามจ้องเขม็งเพื่อนร่างสูงอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนที่ดวงตาเรียวจะเบิกโพลงเมื่อคิดอะไรได้ อ๊ะ!! หรือเมิงสนใจจุนซู!! ไอ้เชี่ยยุน! เมิงอย่าแม้แต่จะคิดเลยนะ!!!!!!”

 

ตลกเหอะ อย่าเพ้อเจ้อขอร้องยูชอน เรียวนิ้วเกี่ยวหูของถ้วยกาแฟขึ้นจิบก่อนที่ดวงตาคมจะตวัดขึ้นมองเพื่อน แล้วก็นั่งลงด้วย เรื่องนี้เพราะแกทำตัวเองนะ

 

กรุทำไร? สีหน้าของยูชอนเต็มไปด้วยคำถามพลางหย่อนตัวลงนั่งแต่โดยดี

 

เห็นนิตยสาร SMag ของเดือนนี้หรือยัง? เมื่อเห็นเพื่อนส่ายหัว เสียงทุ้มก็เอ่ยต่อเรียบๆ เค้าลงรูปที่แกแสดงละครเวทีกับจุนซูเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นฉากที่แกจูบจุนซูนอกบทในตอนจบ...แจจุงเค้าไม่พอใจที่น้องชายโดนลงข่าวแบบนี้ แล้วเมิงยังมีหน้าขอให้ฉันช่วยขอร้องแจจุงให้จุนซูไปอยู่คอนโดกับแกเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ

 

คำตอบที่ได้รับจากเพื่อนพาเอาหน้าหล่อๆ ของยูชอนยับยู่ได้ในทันที ก็แหม วันนั้นจุนซูน่ารักน้อยซะเมื่อไหร่ละ แก้มชมพูๆ ปากแดงๆ ฮึ่ย! ใครเห็นแล้วไม่อยากจูบก็บ้าเหอะ!! แต่สงสัยเขาจะบ้าจริงๆ โอกาสงามๆ มาถึงทั้งทีดันทำเสียเรื่องซะได้ ถ้ารู้ก่อนล่วงหน้าว่าร้าน Windsor ต้องปรับปรุงร้านชั้นสองจนต้องปิดบริการเขาก็คงทำตัวดีๆ เป็นที่น่าเชื่อถือให้คุณพี่แจจุงคนสวยยอมรับในตัวเขาเพื่อให้จุนซูไปอยู่ด้วยไปแล้ว! แม่ง ไอ้ยุนโฮเก็บข่าวเงียบคนเดียวไม่บอกสักคำ!! แล้วดูมันดิ๊ ได้ทั้งพี่ทั้งน้องไปนอนที่บ้าน โอ้ย อิจฉาเว้ย!~

 

เออๆ กุผิดเองแหละ ถ้าเป็นแกก็อดไม่ได้เหมือนกันแหละวะ ยิ่งนึกถึงคืนก่อนแสดงที่จุนซูไปนอนค้างคอนโดฉันแล้วมันก็ยิ่งอยากจะ จึ๊กๆ ซะกลางเวทีมันตรงนั้น ยูชอนยอมรับความผิดแต่โดยดี ใบหน้าคมสลดลงได้แค่แป็บเดียวพอเจ้าตัวนึกถึงเรื่องคืนก่อนการแสดงก็อดไม่ได้ที่จะผุดรอยยิ้มกว้างออกมาจนคนเป็นเพื่อนเห็นแล้วอยากจะใช้หลอดกาแฟสะกิดปากห้อยๆ ยัดมันกลับเข้าไปเสียเหลือเกิน

 

แกนี่มันหื่นไม่เลิก จุนซูยังไม่บรรลุนิติภาวะ ระวังไว้เหอะ ถ้าแจจุงรู้ว่าแกปล้ำน้องเค้าชีวิตแกจะหาไม่ เขาเปลี่ยนจากหลอดกาแฟอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกเป็นช้อนเงินคันเล็กจับยัดเข้าไปในปากเพื่อนแล้วปล่อยให้ค้างอยู่อย่างนั้น

 

อ้ายยุนโฮ ถ้าเมิงบอกพี่แจจุง.... คายช้อนกลับลงถ้วย ยกมือเช็ดปากสองสามทีแล้วพูดต่อ เมิงกับกรุจบกันแค่กาแฟถ้วยนี้ล่ะวะ!!!”

 

ได้ เดี๋ยววันนี้ฉันกลับบ้านไปจะบอกแจจุงเลยว่าแกจับกดน้องชายเค้าเรียบร้อยแล้ว ยุนโฮไม่มีแม้แต่น้ำเสียงของการล้อเล่น แถมยังตีสีหน้าเรียบเฉยแบบที่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาจะทำจริงอย่างที่พูด

 

แต่นั่นแหละ ยูชอนก็รู้ดีว่าเป็นแค่การล้อเล่นของเพื่อน

 

แกอย่ามาฝึกวิชาการวางตัวในสังคมกับฉันสิเว้ย ไอ้มาดนักธุรกิจเก็บไว้ใช้กับพวกลุงๆ ป้าๆ ในบริษัทแกเหอะ ยูชอนเอนหลังพิงลงกับพนักเก้าอี้ เขาเหม่อมองออกไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านหน้าตัวร้านที่เลยไปอีกนิดก็จะเป็นสวนสาธารณะ เฮ้อ~ ไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนจะหลุดพ้นช่วงเวลานั้นมาได้เนาะ ถ้าคิดกลับไปแล้ว ตั้งแต่เขาได้เจอจุนซูก็เป็นช่วงเวลาแค่ไม่นาน ในตอนนั้นเขายังเจ็บปวดกับรักที่ไม่สมหวัง แต่จุนซูกลับทำให้เขามีรักใหม่ได้อย่างหมดหัวใจ ทั้งที่ เขาใช้เวลาอยู่เป็นปีเพื่อจะลืม แต่พอเจอจุนซูกลับใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือน แบบนี้ล่ะมั้งที่เค้าเรียกว่า เวลาไม่ใช่ตัวกำหนดความรัก...หูยยย กรุนี่ก็คิดได้เนาะ ยูชอนทำหน้าเลียนๆ กับสิ่งที่คิดเองตอบเองและเลี่ยนเองจนต้องหันไปคว้าถ้วยกาแฟขึ้นจิบดับความคลื่นไส้

 

เมื่อเห็นเพื่อนหยุดพล่ามยุนโฮก็ยกกาแฟขึ้นจิบบ้างพลางมองไปยังสวนสาธารณะเพื่อปลดปล่อยความคิดให้ล่องลอยออกไปเช่นเดียวกับเพื่อน

 

สายลมเย็นแห่งวันคริสต์มาสค่อยๆ เคลื่อนผ่านร่างสูงทั้งสองคนไปอย่างช้าๆ ความเย็นของอากาศหอบเอาความเงียบเหงาของพวกเขาให้ผ่านเลยไปเหลือไว้แต่เพียงหัวใจที่ไม่ด้านชาดังเช่นที่เป็นมาอย่างทุกปีอีกแล้ว

 

นี่ยุนโฮ ฉันว่าจะถามแกตั้งนานแล้ว...ที่แกคบกับพี่แจจุง เพราะรัก หรือ เพราะอะไร? ยูชอนเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง เขารู้จักนิสัยเพื่อนคนนี้ดีกว่าใคร ยุนโฮเป็นคนที่ไม่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เป็นแน่ อยากได้ก็ทำจนได้ ไม่ชอบก็ปฏิเสธไม่สนใครทั้งนั้น...ยิ่งเรื่องความรัก เขาไม่เคยเห็นใครรักได้เท่ากับที่ยุนโฮรักยุนอาเลยสักคน หากว่ายุนอาไม่เสียชีวิต ต่อให้ฝ่ายพ่อแม่ของยุนอาต่อต้านเพื่อนเขา ทั้งสองคนก็คงจะยังรักกันเหมือนกับตอนที่ยุนอาหนีไปอยู่กับยุนโฮเมื่อหลายปีก่อน ถ้าหากว่าวันนั้นยุนอาไม่กลับไปหาพ่อแม่ตัวเองเพื่อขอร้องให้ผู้ใหญ่ยอมรับในตัวยุนโฮ อุบัติเหตุเครื่องบินตกก็คงไม่เกิดขึ้น คังยุนอา ก็คงไม่ตาย...คงไม่ทิ้งให้เพื่อนของเขาต้องทนทุกข์อยู่อย่างนี้ แม้ว่าในเวลานี้ยุนโฮจะมีใครอื่นมาช่วยดูแลหัวใจ แต่เขาก็ไม่แน่ใจนัก ว่าจนถึงตอนนี้ ยุนโฮจะสามารถรักใครใหม่ได้จริงๆ

 

คนถูกถามไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่หันกลับออกไปยังผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมา ดวงตาคมเหม่อมองออกไปไร้จุดหมาย ยังคงไม่เอื่อนเอ่ยอะไรในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่เร่งคำตอบ เพราะคิดว่าบางที เขาคงจะไม่ได้คำตอบจากเพื่อนในเวลานี้...ในเวลาที่หัวใจยังคงสับสน

 

ฉันไม่รู้ ในที่สุดเสียงทุ้มนุ่มของยุนโฮก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวปกคลุมรอบๆ พวกเขา

 

เอาเหอะ ไม่ว่าแกจะคิดยังไงก็ตาม แต่แกอย่าลืมความรู้สึกของอีกฝ่ายล่ะ ถ้าแกคิดว่าสักวันแกจะทำได้มันก็ดี แต่ถ้ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แกก็อย่าให้ความหวังเค้ามากจนเกินไป เพราะมันไม่ใช่แกที่เจ็บเป็น ยูชอนหันไปยกมือเรียกพนักงานเพื่อคิดเงิน จัดการจ่ายทั้งส่วนของตัวเองและของเพื่อนเสร็จก็ลุกขึ้นยืน กลับเถอะ วันคริสต์มาสทั้งทีมานั่งเศร้าเหี่ยวเฉามันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ฉันมีนัดเที่ยวกับจุนซูด้วย แกก็กลับบ้านไปได้แล้ว ออกมาส่งรายงานจารย์ฮันตั้งแต่เช้านี่มันจะบ่ายสามแล้วนะ ป่านนี้แฟนแกรอจนหลับไปแล้วมั้ง

 

อ้อ ฝากบอกพี่แจจุงด้วยนะว่าฉันจะไปส่งจุนซูตอนค่ำๆ ยูชอนที่เพิ่งหมุนตัวเตรียมออกเดินก็หันกลับไปบอกเพื่อนอีกครั้งก่อนจะยิ้มกว้างยกมือแปะๆ ลงบนไหล่ของเพื่อน แล้วก็ สุขสันต์วันคริสต์มาสนะไอ้เพื่อนยุน

 

 

เสียงเพลงในวันคริสต์มาสจากเสาลำโพงทรงสูงดังคลอไปตามถนนที่ถูกประดับประดาไปด้วยรุ้งสีต่างๆ ตามต้นไม้ถูกพันด้วยแสงไฟหลากสี ผู้คนส่วนใหญ่สวมด้วยชุดสีสันสดใส คู่รักมากมายเดินควงกันไปตลอดทางเดิน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขนั้นร่างสูงกลับเอาแต่เดินเหม่อลอยไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับเทศกาลคริสต์มาสเลยสักนิด

 

ที่แกคบกับพี่แจจุง เพราะรัก หรือ เพราะอะไร?

 

คำถามของเพื่อนยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทางที่เดินกลับบ้าน...เพราะรัก หรือ เพราะอะไร เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ความรู้สึกของเขาที่มีต่อแจจุงจะเรียกว่ารักได้หรือเปล่า การที่อยากจะอยู่ใกล้ อยากโอบกอด อยากได้รับความอบอุ่นจากการกอดคนคนนั้นจะเรียกว่ารักได้ไหม หรือเป็นเพียงแค่ความต้องการที่เขาต้องการชดเชยให้ความรู้สึกของตัวเองที่มันขาดหายไป การที่เขาคบกับแจจุง เป็นเพราะความเหงาของตัวเองอย่างนั้นเหรอ

 

เป็นเพราะเขาเหงา และแจจุงเองก็เหงาเช่นกัน อ้างว้าง เจ็บปวด สูญเสีย โหยหา อ่อนแอ ต้องการใครสักคน และคนคนนั้นก็เป็นทั้งเขาเองและแจจุงที่ต่างฝ่ายต่างก็อยากถ่ายทอดความอบอุ่นเพื่อปลอบประโลมคนที่มีความรู้สึกเหมือนกัน ต้องการเหมือนกัน โหยหาเหมือนกัน ความรู้สึกที่เข้าใจกันดีนี่หรือเปล่าที่ทำให้เขาสองคนกลายมาเป็นแบบนี้ คบกันทั้งที่ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า...สำหรับแจจุง ตัวเขาอาจจะเป็นที่พักพิงหัวใจอย่างที่ต้องการจนสามารถจะเรียกได้ว่าหลงรักเขาเข้าแล้ว...สำหรับเขา แจจุงคือคนที่ทำให้เขาอยากหยุดพัก เหนื่อยในสิ่งที่ผ่านมา เมื่อพบเจอแจจุง เขาก็รู้สึกอยากหยุดพักทุกอย่าง หยุดความรู้สึกเจ็บปวด หยุดคิดถึงความรักที่ไม่มีวันหวนคืน หยุด...เพื่อเริ่มต้นใหม่ เพียงแต่ ตอนนี้เขายังไม่สามารถเริ่มอะไรได้ก็เท่านั้น

 

...แต่ถ้าจะเริ่ม เขาก็เชื่อว่าคนคนนั้นจะเป็นแจจุง...

 

 

บานประตูไม้สีขาวสลักลวดลายเนื้อดีค่อยๆ เปิดออก ร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปด้านใน เขาปิดประตูเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนร่างบางนั้นกำลังนอนหลับฟุบอยู่บนที่นอนของเขา แม่บ้านบอกว่าแจจุงอาสามาทำความสะอาดห้องนอนของเขาเองเป็นการช่วยเหลืองานบ้านอย่างหนึ่งที่เจ้าตัวมักทำเสมอๆ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลชองเมื่อต้นอาทิตย์

 

ยุนโฮก้มลงมองร่างบางที่นั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นโดยที่ใบหน้าขาวนวลนั้นจมลงกับที่นอน ผ้ากันเปื้อนยังคงถูกสวมอยู่บนเรือนร่างผอมบาง ผ้าโผกหัวยังคาอยู่ที่เส้นผมนุ่มสีทองสว่าง ไม้ขนไก่วางนิ่งอยู่ข้างตัว ใต้มือทั้งสองข้างที่วางนาบไปกับเตียงมีกรอบรูปไม้สีขาวที่เจ้าตัวคงหยิบมาดูจากหัวเตียงของชายหนุ่ม

 

มือหนาค่อยๆ ดึงรูปนั้นขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นรูปของเขากับยุนอาที่ถ่ายคู่กันตอนที่อยู่ต่างประเทศ นัยน์ตาคมหันมองเสี้ยวหน้าสวยของคนที่ยังนอนหลับสนิท ร่างสูงทิ้งกายลงนั่งบนเตียงแผ่วเบา ข้อมือหนาเกลี่ยเส้นผมนุ่มราวกับเส้นไหมไปด้านข้างเพื่อสำรวจว่าบนใบหน้าสวยนั้นมีคราบน้ำตาหรือไม่ ชายหนุ่มระบายยิ้มบางเมื่อเห็นว่าคนสวยไม่ได้ร้องไห้เรื่องของเขากับยุนอา หลังมืออุ่นสัมผัสแผ่วเบาลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

แม้ว่าแจจุงจะไม่ได้ร้องไห้ แต่ร่างสูงก็รู้ดีว่านั่นไม่ได้แปลว่าแจจุงไม่เสียใจ แต่เพราะร่างบางเป็นคนบอกเองว่าจะรอ ไม่ว่าจะรู้สึกเศร้าแค่ไหนแต่ก็เป็นทางที่เลือกแล้ว ไม่ว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหน แจจุงก็ยังจะรอเขา...รอ โดยที่ไม่รู้ว่าในสักวันจะสมหวังหรือไม่

 

...ถ้าหากเขารักแจจุงมันคงจะดีกว่านี้ ถ้าหากเราสองคนรักกัน ก็จะไม่มีใครเจ็บปวดอีก...

 

ฉัน ควรจะรักนายอย่างนั้นใช่ไหมแจจุง ใบหน้าคมก้มลงอย่างเชื่องช้า มือหนาปัดเส้นผมสีทองที่ปรกหน้าผากขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวนวล ริมฝีปากอุ่นจรดลงบนหน้าผากมนแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ ละออกมา

 

ร่างสูงลุกขึ้นยืนถือกรอบรูปสีขาวไปยังตู้เสื้อผ้า เขาดึงรูปด้านในออกใส่กลับลงในกล่องไม้ที่เก็บอยู่ในส่วนลึกของตู้ไม้ ยุนโฮจ้องมองรูปในกล่องมากมายที่มีใบหน้าของหญิงสาวคนรักของเขา สองปีที่เขาได้ใช้เวลากับยุนอา

และอีกสามปีที่เฝ้ารออย่างไร้ความหมาย รู้ทั้งรู้ว่าความรักของเขากับยุนอาไม่มีทางเป็นไปได้ก็ยังเฝ้ารอ...

 

เพื่ออะไร? เขากำลังรอในสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น รอให้ใครอีกคนต้องเจ็บเพราะเขาอย่างนั้นเหรอ? ใช้ความรักจากคนคนนี้มาบรรเทาความเจ็บปวดของตัวเองแค่นั้นใช่ไหม?...นายเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่าชองยุนโฮ...

 

กล่องไม้ถูกปิดลงพร้อมกับที่หัวใจของชายหนุ่มปิดกั้นความทรงจำทุกอย่างภายในนั้นลงไปด้วย เขาเก็บกล่องความทรงจำที่หวงแหนกลับเข้าที่เดิมแล้วหันเดินไปยังอัลบั้มรูปที่วางอยู่ในตู้กระจกข้างกำแพง เปิดผ่านๆ ก่อนจะดึงรูปของตัวเองออกมาเปลี่ยนใส่ในกรอบรูปไม้สีขาวแล้วเอากลับไปวางที่หัวเตียงดังเดิม

 

ยุนโฮค่อยๆ ช้อนร่างบางขึ้นวางนอนบนเตียง จัดการแกะผ้ากันเปื้อนและผ้าผูกผมให้โยนพาดลงไปบนเก้าอี้ของตะกระจก เขาดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมคนที่ยังอยู่ในห้วงนิทราก่อนจะทิ้งกายลงนอนราบข้างๆ นัยน์ตาคมเฝ้าจ้องมองดวงหน้าใสของคนข้างกายอย่างหลงใหล ไม่ว่ายามไหนที่ได้มอง คนตรงหน้านี้ก็ทำให้เขารู้สึกสงบและอบอุ่นในเวลาเดียวกันทุกครั้ง บรรยากาศรอบตัวของแจจุงเต็มไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวลชวนให้คนที่ได้สัมผัสรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้เข้าหาอีกฝ่ายอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่แค่ความสวย แต่แจจุงมีมากกว่านั้น ทุกอย่างที่เป็นแจจุงทำให้ใครต่อใครปฏิเสธไม่ได้ และในเวลานี้ ยุนโฮก็บอกไม่ได้ว่าเขาไม่อาจขาดแจจุงไปจากข้างกายได้...ในเมื่อตอนนี้เขามีร่างบางไว้ในอ้อมกอดของเขาแล้ว

 

...แล้วเขายังจะทำร้ายคนที่แสนอ่อนโยนและเปราะบางอย่างนี้ได้ลงหรือ?

 

ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าใต้เรือนร่างบางขยับให้คนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตน มืออีกข้างโอบกอดรอบเอวคอดแนบแน่น ใบหน้าสวยเอียงซบลงกับอกอุ่น แรงขยับของที่นอนทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือขึ้นปรากฏแก้วตาใสเป็นประกายสะท้อนกลับมาให้ชายหนุ่มต้องยกยิ้มให้พร้อมกับกดให้ศีรษะกลมนั้นซุกลงกับอกตัวเองอีกครั้ง กอดกระชับแน่นแล้วเอ่ยสิ่งที่คนในวงแขนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากคนร่างสูง

 

ฉันจะมีแค่นายนับจากนี้...อย่าหยุดรักฉันนะแจจุง สันจมูกโด่งกดลงกลางกลุ่มผมนุ่ม วงแขนใหญ่กระชับแน่นขึ้นจนคนร่างบางแทบจะจมไปกับกายของร่างหนา แจจุงไม่รู้ว่าคนพูดอยู่ในอารมณ์ไหน ลำพังแค่เขาตื่นมาอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายก็ยังงงไม่หาย หากแต่เพราะร่างกอดรัดที่เพิ่มขึ้นของอ้อมกอดอุ่นนั้นเองที่เรียกสติของเขาให้รับรู้สถานการณ์ตรงหน้า

 

แขนเรียวเล็กสวมกอดกายหนาเป็นการตอบรับ เป็นอะไรไปยุนโฮ ก็บอกแล้วไงว่าผมจะรอ ไม่ต้องรีบร้อนที่จะลืมเธอเพื่อผม เพราะผมไม่ได้หวังแบบนั้น สิ่งที่ผมหวังคือยุนโฮที่รักผมด้วยตัวของยุนโฮเอง ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น เสียงหวานใสเอ่ยอู้อี้ผ่านแผ่นอกของร่างสูง

 

และผมก็ไม่คิดจะหยุดรักยุนโฮด้วย แจจุงต่อท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงหวานลึก น้ำเสียงที่ทำเอาคนร่างสูงต้องคลายอ้อมขาออกเพื่อให้เขาได้กดจมูกลงกับหน้าผากหอมกรุ่น

 

แจจุงหลับตาลงรับสัมผัสที่ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น ลมร้อนปัดผ่านใบหน้าของเขาไปทั่ว ทั้งผิวแก้ม สันจมูก ริมฝีปาก ก่อนจะหยุดลงที่เนินอกของเขา มือใหญ่ของยุนโฮทาบลงตรงตำแหน่งหัวใจของร่างบางในขณะที่ใบหน้าคมเคลื่อนออกเพื่อเพ่งพินิจแก้วตาสวย

 

ฉันอยู่ในนี้ของนายใช่ไหม?...ก็เหมือนที่นายอยู่ตรงนี้ของฉัน ฉันอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ารักนาย แต่ฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่าในตอนนี้ หัวใจของฉัน เลือกที่จะเป็นนาย

 

ยุนโฮ...

 

ใจของฉันเลือกนายแล้วนะแจจุง ไม่ว่าตอนนี้หรือวันข้างหน้า ตรงนี้ของฉันก็จะยอมเป็นของนายคนเดียว

 

ใบหน้าคมขยับเข้าใกล้ดวงหน้าสวย ริมฝีปากอุ่นเคลื่อนลงแนบกับกลีบปากบางสีชมพู เสียงกระซิบแผ่วดังขึ้นชิดริมฝีปากนุ่ม รักฉันให้มากๆ ดึงหัวใจของฉันทั้งหมดไปเป็นของนายคนเดียวนะแจจุง เขากดจูบลงไปแผ่วเบา เนิบนาบ แต่หนักแน่นจนมือเล็กต้องจับยึดเสื้อนักเรียนของเขาแน่นขึ้น เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็กจนหัวสมองของร่างบางเริ่มพร่าเลือน คำพูดของชายหนุ่มค่อยๆ ซึมซับลงไปทุกครั้งที่ถูกเน้นย้ำด้วยริมฝีปากร้อน

 

ร่างสูงพลิกกายขึ้นคร่อมร่างบาง สองมือสอดประสานกับเรียวนิ้วสวยทั้งสองข้าง ริมฝีปากร้อนมอบจุมพิตให้คนสวยใต้ร่างอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการขัดขืนนอกจากเสียงหวานที่ครางตอบรับยามที่ถูกเรียวลิ้นชื้นรุกรานทั่วโพรงปาก เก็บเกี่ยวความหอมหวานอยู่นานกว่าจะละออกมาให้คนสวยได้รับอากาศหายใจ

 

แผ่นอกบางสะท้อนขึ้นลงยามที่เจ้าตัวหอบหายใจ ริมฝีปากสีแดงจัดเผยอเล็กน้อยจากการถูกดูดดุนของคนเหนือร่าง หยดน้ำใสบริเวณนั้นถูกเลียทำความสะอาดด้วยปลายลิ้นร้อน สันจมูกโด่งเก็บเกี่ยวความหอมบนผิวแก้มเนียนนุ่มเชื่องช้านุ่มนวลเพื่อไม่ให้ไปขัดการหายใจของคนสวย

 

เสียงหอบหายใจค่อยๆ เบาลงเมื่อแจจุงจับจังหวะการหายใจได้เป็นปกติ ใบหน้าสวยแดงระเรือเข้มมากขึ้นเมื่อริมฝีปากอุ่นยังคลอเคลียใบหน้าเขาไม่เลิก เขาไม่ได้หันหน้าหนีเพราะทุกสัมผัสจากยุนโฮล้วนแต่ทำให้เขารู้สึกดีทั้งนั้น เพียงแต่ หากได้รับมากกว่านี้หน้าของเขาคงได้ร้อนจนเห่อแน่ๆ

 

อือ...ยุนโฮ~” เสียงหวานร้องเรียกให้คนตัวสูงหยุดพรมจูบทั่วใบหน้าของตนเอง สองมือก็ใช้การไม่ได้ด้วยเพราะยังคงถูกมือหนากอบกุมประสานกันไว้แน่นติดกับที่นอนหนานุ่ม ซ้ำดวงตาที่ปรือปรอยดูยั่วยวนก็ไม่สามารถสะกดให้คนร่างสูงหยุดการกระทำได้นอกจากจะยิ่งเพิ่มอารมณ์ให้ฝ่ายนั้นเสียมากกว่า

 

ยุน...อื้อ....ยุนโฮ หยุดก่อนนะ ผมจะละลายแล้ว~” ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด แจจุงรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แค่ถูกจูบร่างกายก็เหมือนจะร้อนไปทั่ว แล้วนี่ยุนโฮยังสัมผัสเขาอย่างอ้อยอิ่งไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเขาจะทนได้ยังไง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจหรือไงวันนี้ยุนโฮถึงได้ดูอบอุ่นอ่อนโยนและเร่าร้อนในเวลาเดียวกันจนแทบจะแผดเผาร่างของเขาเป็นจุลอยู่แล้ว

 

ทั้งที่สัมผัสของยุนโฮในวันนี้ไม่ได้มีความร้อนแรงแห่งความต้องการทางเพศสักนิด แต่กลับทำให้ร่างบางรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งกาย แน่นอน แจจุงเองก็ไม่ได้เกิดอารมณ์แต่อย่างใด แต่ที่ร่างกายร้อนราวกับจะละลายหายไปเช่นนี้แจจุงเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร รู้แค่ว่า...นับจากนี้ ยุนโฮจะเป็นพระอาทิตย์ที่มอบความอบอุ่นในวันที่เหน็บหนาวของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้ว่าสักวันเขาอาจจะละลายหายไปเพราะคนตรงหน้าเขาก็ยอม

 

อ่ะ ยุนโฮ? จู่ๆ ใบหน้าคมก็ซุกลงกับซอกคอขาวแล้วนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ร่างสูงปล่อยมือบางเป็นอิสระเพื่อสอดท่อนแขนเข้าใต้เรือนร่างบางแล้วกอดรัดแนบแน่น การกระทำของชายหนุ่มราวกับต้องการจะดูดซับความอบอุ่นจากเรือนร่างบางให้มากที่สุด ราวกับว่าหากได้กอดคนคนนี้ความเจ็บปวดทุกอย่างจะบรรเทาหายไป...การกอดแจจุงทำให้ยุนรู้สึกสงบใจอย่างที่สุด...

 

อยู่แบบนี้สักพักนะ

 

 

ท่ามกลางหิมะที่ค่อยๆ โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าเป็นครั้งแรกของวันคริสต์มาสนั้นไม่ได้ทำให้คนบนเตียงกว้างหลังนี้รู้สึกหนาวเย็นแต่อย่างใด ไม่ใช่เพราะเปิดฮีทเตอร์ หากแต่เป็นเพราะอ้อมกอดของกันและกันนั้นได้แลกเปลี่ยนความอบอุ่นซึ่งกันได้อย่างดีต่างหาก

 

แจจุงสวมกอดคนตัวโตพลางลูบเส้นผมนุ่มฝ่ายนั้นเบาๆ ไม่บ่อยนักที่เด็กเอาแต่ใจจะทำตัวน่ารักอ้อนเขาได้อย่างนี้ รอยยิ้มสวยระบายกว้างตอบรับแรงขยับของคนตัวสูงที่เอนกายลงนอนข้างๆ พร้อมกับกระชับร่างของเขาเข้ากอด แม้ว่าแจจุงจะเพิ่งตื่นนอน แต่พอเห็นใบหน้าคมนั้นหลับตาพริ้มเขาก็เกิดอาการง่วงขึ้นมาอีกครั้งจนได้

 

แขนเรียวกระชับกอดร่างหนาพลางซุกกายเข้าหาไออุ่น ใบหน้าสวยแนบลงกับแผ่นอกกว้าง เปลือกตาบางค่อยๆ หรี่ปรือลงช้าๆ

 

 

รักฉันให้มากๆ ดึงหัวใจของฉันทั้งหมดไปเป็นของนายคนเดียวนะแจจุง

 

...ผมจะรักยุนโฮให้มากๆ และจะทำให้หัวใจของยุนโฮเป็นของผมคนเดียว สัญญา...

 

 

การได้รับรู้ว่ายุนโฮต้องการเขามากขนาดนี้มันทำให้เขารู้สึกดีจนแทบไม่อยากเชื่อ ในตอนนี้ แจจุงรู้แน่แล้วว่า หัวใจของยุนโฮได้เปิดรับเขาแล้ว หัวใจของพวกเขากำลังสื่อถึงกัน และในสักวัน...มันคงรวมกันเป็นหัวใจเพียงดวงเดียว แจจุงกดกายให้เข้าหาไออุ่นมากขึ้นแม้เพียงนิดก็ยังดี เสียงหวานใสเอ่ยแผ่วเบาก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปในอ้อมกอดของแฟนหนุ่ม

 

อยู่แบบนี้ตลอดไปเลย...ได้ไหมนะ

 

.

 

.

 

.

 

ชู่วว~ เบาๆ สิยูชอน เสียงเล็กๆ เอ่ยแหบต่ำ สองมือจับยึดขอบบานประตูสีขาวไว้แน่นโดยมีร่างสูงอีกคนยืนยุกยิกอยู่ด้านหลัง

 

ก็ฉันมองไม่เห็นอ่ะ จุนซูก้มหัวลงอีกนิดได้ป่ะ เสียงทุ้มกระซิบแผ่วจนคนด้านหน้าต้องย่นคอลบลมร้อนที่รดใบหูแทบไม่ทัน

 

ปฏิบัติการสอดแนมเริ่มขึ้นเมื่อคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะที่เดินเที่ยวเล่นกับยูชอนเมื่อตอนหัวค่ำว่าพี่แจจุงคนสวยไม่ค่อยได้กลับไปนอนที่ห้องเพราะถูกยุนโฮรั้งตัวไว้กอดแทบทุกคืน พอได้ฟังดังนั้นต่อมความอยากรู้ของยูชอนก็กำเริบขึ้นมาทันที สองชั่วโมงต่อมาหลังจากไปยืนจูบดูดดื่มกับคนตัวเล็กใต้ต้นคริสต์มาสใหญ่ยักษ์ใจกลางสวนสาธารณะของซอยอินชอนทั้งสองคนก็ตรงดิ่งกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลชองทันทีเพื่อดูให้เห็นกับตา

 

และในตอนนี้ปาร์คยูชอนก็ได้เห็นเต็มตาแล้วว่า คุณชายชองยุนโฮ ที่แสนสุขุมเย็นชาของบรรดาสาวๆ ทั้งหลายแหล่กำลังตกอยู่ในกำมือ เอ้ย วงแขนน้อยๆ ของคนสวยนามว่า คิมแจจุง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

และดูท่าว่า...หัวใจของเพื่อนซี้เขาจะตกเป็นของคนสวยด้วยเหมือนกัน

 

คราวหน้าฉันคงได้คำตอบจากนายแล้วละมั้งไอ้ยุนโฮ เสียงงึมงำๆ ที่ดังขึ้นนั้นเรียกให้ใบหน้าน่ารักต้องขมวดคิ้วพร้อมหันไปมองเจ้าของคำพูดอย่างงงๆ

 

ถามอะไรเหรอ?

 

หืม? ถามอะไร? ไม่มี๊ ยูชอนส่ายหน้าไปมาแล้วขมวดคิ้วเลียนแบบคนตัวเล็ก อะไรติดหน้าแหนะจุนซู ไหน เงยขึ้นสิ

 

ใบหน้าเล็กเงยขึ้นอย่างว่าง่ายจนคล้ายเวลาที่ครูฝึกชูปลาล่อโลมาตัวน้อยก็ไม่ป่าน ในจังหวะนั้นเองริมฝีปากอุ่นๆ ก็ประกบเข้าหาทันที ยูชอนจัดการรวบเอวเล็กพร้อมกับดึงร่างนั้นเข้าหา มืออีกข้างก็เอื้อมคว้าบานประตูปิดลงปล่อยให้คนด้านในได้อยู่ตามลำพัง เขาดันร่างของจุนซูที่ยังตั้งตัวกับการจูบของเขาไม่ทันให้ชิดติดกำแพงด้านข้าง

 

อือ!~”

 

เผลอไม่ทันไรใบหน้าคมก็ซุกลงที่ซอกคอหอมกรุ่นเพื่อขบกัดฝากรอยรักเอาไว้บนผิวขาวนวลเสียอย่างนั้น

 

อื๊อ!~ เจ็บอะ!!” พอละใบหน้าออกมาก็เห็นว่าคนตัวเล็กทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ยูชอนกัดทำไม!!”

 

ก็หมั่นเขี้ยวอะ! จุนซูอยากน่ารักทำไม? ดูสิ ฉันเลยนึกถึงคืนนั้นอีกแล้ว

 

อ่ะ!~ ยูชอนลามก!!!! รีบๆ กลับบ้านไปเลยนะ คนตัวเล็กที่หน้าขึ้นสีจัดรีบดันคนตัวสูงลงไปยังบันไดเวียนอย่างรวดเร็ว พอใบหน้าคมจะหันกลับมามองก็ถูกมือนุ่มดันกลับไปอีกทางแทบจะทันที

 

คร้าบๆ กลับแล้วๆ นี่ คืนนี้ก็นอนเร็วๆ นะ ห่มผ้าด้วยละ อากาศมันหนาวยูชอนเอ่ยยิ้มๆ กับท่าทางเขินอายของคนตัวเล็กที่แทบจะกลายร่างเป็นโลมาม้วนตัวได้น่ารักที่สุดในโลก

 

รู้แล้วน่า ยูชอนก็ด้วยนะ โบกมือลาบ๊ายบายพ่อคนหล่อแฟนใครหว่าอยู่นานจนรถสีเทาขับเคลื่อนพ้นประตูคฤหาสน์ออกไปก็หมุนกายด้วยท้วงท่าโลมาหมุนลูกบอลอย่างสวยงาม แต่แล้วก็แทบจะสะดุดขาตัวเองจนต้องใช้ท่าเอสไลน์เข้าช่วยเพื่อไม่ให้เสียหลักล้มลงไปเพราะดันไปปะทะสายตาของพี่ๆ สาวใช้ที่ยืนยิ้มซุบซิบกันใหญ่...อ๊า!~ นี่คงจะเห็นฉากที่ยูชอนจับเขาจูบที่หน้าห้องยุนโฮใช่ไหมเนี่ย~~

 

และแล้วโลมาตัวกลมๆ ก็รีบกลิ้งดุ๊กๆ เก็บหัวเก็บหางม้วนคลีบหลบสายตาบรรดาสาวๆ ทวนคลื่นกลับเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็วทิ้งให้คนเบื้องหลังได้พูดคุยกันต่อไป

 

ดีจริงๆ เลยนะ คุณจุนซูน่ารักแบบนี้สงสัยพวกเราจะได้เห็นคุณชายปาร์คบ่อยขึ้นแน่ๆ คิกๆ สองสาวในชุดเมดเอ่ยเสียงคิกคักพออกพอใจที่จะได้เจอคนหล่อที่ตกเป็นข่าวจนติดท็อปชาร์ตมาที่คฤหาสน์นี้บ่อยขึ้น

 

ใช่ๆ แล้วยังคุณแจจุงคนสวยอีก เวลาฉันเข้าไปปลุกคุณชายทีไรหัวใจแทบวายตายแหนะ คุณทั้งสองกอดกันแน่นซะขนาดนั้นฉันล่ะเขินแทน อ๊ายๆ

 

วันคริสต์มาสค่อยๆ ผ่านพ้นไปอย่างเรียบเรื่อย แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะไม่ได้จัดเลี้ยงเหมือนที่อื่นๆ แต่ทุกคนภายในที่นี้กลับมีความสุขและรอยยิ้มไม่ต่างจากที่ใด และในวันรุ่งขึ้น พวกเขาทั้งหมดก็จะได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆ ได้สร้างความผูกพันต่อกัน ได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้มอบความรักให้แก่กัน สิ่งเหล่านี้จะนำพาพวกเขาให้ก้าวไปข้างหน้า...พร้อมๆ กับคุณทุกคน

 


::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::

 

พี่แจจุง~ เดินเร็วๆ หน่อยสิครับ~” ในวันที่อากาศสดใสเสียงแหลมเล็กร้องตะโกนเรียกพี่ชายคนสวยท่ามกลางบนถนนที่แน่นขนัดไปด้วยเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย

 

น้องอย่ารีบนักสิ เรื่อนร่างบางค่อยๆ แหวกผ่านผู้คนไปอย่างยากลำบาก ในวันก่อนขึ้นปีใหม่แบบนี้ใครๆ ต่างก็มาจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนสวยคนนี้ที่อาสาเป็นคนทำอาหารให้คนรักและอีกคนที่เป็นแฟนของน้อง ทั้งสี่คนจึงออกมาซื้อของด้วยกัน แต่เพราะแจจุงลืมซื้อเนื้อสันในจึงต้องวกกลับมาที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกรอบโดยที่ชายหนุ่มอีกสองคนนั้นยืนรออยู่ตรงลานจอดรถ

 

ปึก!

 

อ่ะ! ขอโทษครับ ระหว่างที่แทรกผู้คนออกไปนั้นเมื่อพ้นร่างสูงใหญ่ของชายชุดน้ำตาลร่างบางก็ชนเข้ากับหญิงสาวร่างเพรียวบางเข้าอย่างจังจนพากันล้มลงไปทั้งคู่ แจจุงรีบก้มหัวขอโทษทันทีพร้อมกับเก็บถุงของที่เพิ่งซื้อมาของต้นเองก่อนจะหันไปช่วยเก็บถุงสินค้ามียี่ห้อมากมายของหญิงสาว

 

ไม่เป็นไรค่ะ คุณบาดเจ็บหรือเปล่า? เสียงเล็กของผู้หญิงที่ล้มลงกับพื้นเอ่ยถามกลับอย่างเป็นห่วง เพราะตอนที่เธอล้มนั้นมือของชายคนนั้นก็สอดเข้ามากันหลังของเธอเอาไว้

 

ผมไม่เป็นไรครับ นี่ของของคุณครับ.......... แจจุงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งถุงสามสี่ใบคืนเจ้าของ และในตอนนั้นเองที่แจจุงต้องตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวชัดๆ

 

เจ็บตรงไหนหรือคะ?? เมื่อเห็นอาการนิ่งค้างของร่างบางเธอก็เอ่ยถามอีกครั้งอย่างวิตก

 

อ้อ! ไม่ครับ ไม่เป็นไร แจจุงส่ายหัวทันที เขาสะบัดหน้าไปมาพลางคิดซ้ำๆ ว่าเขาคงคิดมากไปเอง ยังไงซะบนโลกใบหน้าก็ต้องมีคนที่หน้าเหมือนกันบ้างเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

 

ถ้าอย่างนั้น ขอตัวนะคะ หยิงสาวระบายยิ้มกว้างแล้วยืดตัวลุกขึ้นพร้อมๆ กับคนร่างบาง

 

แจจุงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองแผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้นที่ค่อยๆ กลืนหายไปกับฝูงชน ใบหน้าของเธอยังตราตรึงจนเขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ เพียงแค่ไม่กี่ครั้งที่เห็นรูปคนสำคัญของยุนโฮที่หัวเตียงเขาก็จำได้ดีจนถึงตอนนี้ ใบหน้าเล็กๆ รอยยิ้มของเธอที่ดูสดใสราวกับนางฟ้า...ไม่ได้ต่างไปจากใบหน้าของหญิงสาวที่เขาชนเมื่อก็เลยสักนิด

 

พี่แจจุง!!~” เสียงเล็กๆ ที่ฟังแหลมสูงตะโกนขึ้นห่างจากเจ้าของชื่อไปไกลพอควร แต่ก็ดังพอที่จะเรียกสติให้ร่างบางนั้นออกเดินได้ในทันที

 

ก็แค่บังเอิญเท่านั้นแหละ เสียงหวานพึมพำกับตัวเองก่อนจะออกเดินให้เร็วขึ้น ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกอยากกลับไปหายุนโฮเร็วๆ อยากเห็นหน้าทั้งที่ก็เห็นอยู่ทุกวัน ความรู้สึกหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นนี่มันอะไรกันนะ...

 

 

 

 

ตรงแยกข้ามถนน ร่างของหญิงสาวก้มลงปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนชุดคลุมของเธอเพราะตอนที่ล้มนั้นทำให้ชุดของเธอหม่นลงไม่น้อย ตัวเธอเองไม่แคร์เท่าไหร่ หากแต่คงไม่เหมาะหากต้องเดินเข้าไปในร้านอาหารของโรงแรมสุดหรูทั้งอย่างนี้คงไม่ดีแน่

 

Rrrrrr….

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนที่เธอก้าวลงไปบนถนนพร้อมกับผู้คนเมื่อสัญญาณไฟจราจรสลับสี มือเรียวสวยได้รูปล้วงหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นแนบใบหูแล้วออกเดินก้าวต่อไปข้างหน้าพร้อมกับเอ่ยทักคนปลายสายด้วยรอยยิ้มสดใส

 

อื้อ! ยุนอาถึงเกาหลีแล้วนะ ชางมินอยู่ที่ร้านอาหารแล้วใช่ไหม?

 

 



::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::[]::

 

 

 

2 KIM Delivery – END –

 

 To be continue... 2 U Service

 

 

 Talk :: รีโพสซะช้าเชียว ขออภัยเน๊อ = =" ...เรื่องนี้เอิงเอยมากเลยใช่ไหมคะ? ฮ่าๆ 2KIM Delivery เป็นอะไรที่บีพิมแล้วสบายใจมากมาย เนื้อเรื่องก็ไม่เครียด สองคิมก็น่ารักซะอิคนแต่งยังทนไม่ไหว บางชอตต้องลงไปแดดิ้นเกลือกกลิ้งกับพื้นเพราะทนการจิ้นความน่ารักของทั้งสองหนุ่มไม่ไหว ฮ่าๆ เรื่องนี้ยังไม่จบเน๊อ ติดตามต่อใน 2U Service นะคะ ^^

 

...สนใจรวมเล่มเรื่องนี้ก็คลิ๊กเล้ย!  Fanfiction Book

(พอดีเพิ่งสั่งรีปริ๊นมาอ่ะเน้อ มีเหลืออยู่นิดหน่อย...ล็อตสุดท้ายแล้วเน้อ ต่อจากนี้ต้องไปสั่งกับทางร้านแล้วค่ะ ^^)

 

Jaejoong