[TVXQ Fiction] Magical Love - [Part 15]
posted on 22 Oct 2008 06:18 by kimyoonbe in 02-MagicalLove
re-post : TVXQ's Fanfiction No.2
Title : [TVXQ In Hogwarts!!] Magical Love
Author : KimYoonBe [KYB]
Category : Fantasy
Location : Hogwarts Of Harry Potter
Pairing : Yunho/Jaejoong , YooChun/JunSu , Etc
Warning!! : ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคยำ ใครไม่ชอบปิดหน้านี้ไปเลยคะ! ข้อแนะนำในการอ่าน คุณควรมีพื้นฐานจากเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์เล็กน้อยเพื่ออรรถรสในการจิ้น อาโหะๆๆๆๆๆ~~~
Part 15
ห้อง พักฟื้นสีขาวสะอาดถูกอัดแน่นไปด้วยเหล่าพ่อมดมากมาย กลุ่มหนึ่งเป็นพวกที่แวะผ่านเข้ามารายงานเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็จากไป กลุ่มหนึ่งเป็นศาสตราจารย์จากฮอกวอตส์ และอีกกลุ่มก็เป็นคนของทางกระทรวงเวทย์มนต์ จะมีก็แต่เด็กหนุ่มอีกคนที่ไม่สนใจสิ่งรอบตัวอะไรนอกจากคนบนเตียงที่ยังหลับ สนิทเท่านั้นที่มีอาการแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง
ทุก คนต่างก็ดูเร่งรีบ...แต่สำหรับชองยุนโฮ ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดลงเพียงเพราะคนบนเตียงสีขาวนี้ยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักที แม้ว่าจะผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วก็ตามตั้งแต่วันที่ทายาทฟื้นขึ้นในกายของ คิมแจจุง
“ผมตรวจสอบแน่ชัดแล้วละครับ ปาร์คยูฮวาน ยังคงไม่ถือเป็นบุคคลกระทำผิดตามมาตรากฎของกระทรวงที่ว่าด้วย เหตุจำเป็นในสถาณการณ์ขับขัน และ ความคิดของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ” ชายวัยกลางคนเอ่ยพลางเลื่อนม้วนกระดาษที่ยาวเกือบสามฟุตด้วยน้ำเสียงไม่ดังมากนัก
“ขอบคุณมากเฟลวอล ทางบ้านของตระกูลปาร์คคงดีใจกับข่าวนี้ไม่น้อย” เมอร์ลินเอ่ยเสียงนุ่มอย่างอารมณ์ดีพลางยกมือลาคนของกระทรวงที่เริ่มทะยอยกลับออกไปก่อนจะหันมาสนใจเพื่อนร่วมงานของเขา ชายชรายกยิ้มให้กลุ่มคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากนักจากบริเวณเตียงคนไข้
“เมอร์ลินคะ อีกนานไหมกว่าเด็กคนนี้จะรู้สึกตัว” น้ำเสียงของศาสตราจารย์มักกอนนากัลแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุด เธอหันกลับไปมองที่เตียงคนป่วย คนหนึ่งนอนหลับบนเตียงไม่รับรู้สิ่งใดๆ อีกคนคือเด็กหนุ่มตัวสูงที่นั่งเฝ้าไม่ห่างมาสองอาทิตย์เต็ม
“อย่าห่วงเลยมิเนอร์ว่า คุณหมอก็บอกแล้วว่าคิมแจจุงปลอดภัยดี รวมถึงเด็กในท้องด้วย อันที่จริงพวกคุณน่าจะกลับไปฮอกวอตส์พร้อมกับผมเลยดีกว่านะ” เมอร์ลินเอ่ยตอบน้ำเสียงใส ดวงตาเรียวภายใต้กรอปแว่นครึ่งวงกลมมีประกายทอดมองเด็กสองคนที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องพักอย่างอ่อนโยน ร่างสูงสง่าเลื่อนกายเข้าใกล้กลุ่มอาจารย์ทั้งหลาย
“เซเวอรัส คุณคงไม่ว่าอะไรนะหากผมต้องขอให้ชองยุนโฮพักการเรียนไปจนกว่าคิมแจจุงจะฟื้น” สเนปหันไปพยักหน้ารับกับอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ยังไงซะทั้งคิมแจจุง และคิมจุนซูก็ต้องถูกพักการเรียนอยู่แล้ว อีกอย่าง ถ้าผมคิดไม่ผิด ชองยุนโฮและปาร์คยูชอนก็คงขอพักการเรียนด้วยแน่ ระหว่างนี้เราก็ถือซะว่าให้เด็กทั้งสี่คนพักการเรียนเลยแล้วกัน”
“อ่า...เดี๋ยวก่อนนะเซเวอรัส ถ้าหากพักการเรียน เด็กทั้งสี่คนก็จะเรียนช้ากว่าคนอื่นนะสิ” มาดามพอมฟรีย์ที่ขอตามมาดูอาการแจจุงด้วยเอ่ยขึ้นทำให้อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์รีบสำทับทันที
“นั่นสิ! เมอร์ลิน ถ้าหากว่า ให้เด็กๆพักการเรียนคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่”
“งั้นผมคงต้องอนุญาติให้เด็กทั้งสี่คนหยุดพักเรียนแต่ยังสามารถเข้าสอบได้ปกติสินะ อืม...ว่าไงดีละ ถ้าผมเสนอก็ต้องขอความเห็นจากผู้สอนท่านอื่นๆด้วย เซเวอรัส คุณเห็นว่าอย่างไร?” เมอร์ลินถามชายผมสีดำสนิทด้วยน้ำเสียงที่ไม่ซีเรียสนัก ถ้าจะให้พูดกันตามจริง เมอร์ลินแทบจะเป็นคนเดียวในตอนนี้ที่ดูร่าเริงซะเหลือเกิน
“ผมควรจะตอบว่าอย่างไรดีละ อืม...ข้อแรก คิมแจจุงและคิมจุนซูทำผิดกฎโรงเรียน ถึงแม้ว่าจะเป็นชายแต่ก็ท้อง ข้อสอง ชองยุนโฮและปาร์คยูชอนมีส่วนผิดที่หนักกว่า และเด็กสองคนนั้นก็อยู่บ้านของผม เพราะงั้นสมควรถูกลงโทษให้หนัก ไม่สมควรได้รับการลดโทษ แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะผมสั่งให้เด็กสองคนนั้นดื่มน้ำยาแปรสภาพที่ผิดเพี้ยนเข้าไป...” สเนปหันไปสบตากับศาสตราจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ “...แล้วแต่เห็นสมควรละกัน ผมไม่ขอออกความเห็น”
“ถ้าอย่างนั้นก็สรุปว่าให้เด็กๆเลื่อนชั้นได้อย่างปกติ!!!” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจพลางหมุนกายกลับไปมองเด็กสองคนที่อยู่ตรงริมห้องใกล้กับบานหน้าต่าง
“เรากลับกันได้แล้วละ” เมอร์ลินเอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายทุกคนก็ทยอยกันออกจากห้องอย่างไม่รีบเร่งนัก เมื่อบานประตูห้องพักฟื้นพิเศษปิดลงความเงียบก็เข้าปกคลุมภายในห้อง
ยุนโฮลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปเปิดม่านสีขาวออกกว้างเผยให้เห็นหมู่ดาวระยิบและดวงจันทร์สีนวลสวย ตอนที่ทุกคนเข้าออกในห้องนี้เขาแทบไม่รับรู้อะไรเลย บทสนทนาของทุกคนไม่เข้าหูของเขาเลยสักนิด ตอนที่บานประตูปิดนั่นเองที่ทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง
ร่าง สูงเดินกลับไปนั่งลงที่ข้างเตียง นัยน์ตาคมทอดมองผิวหน้าเนียนที่คลอเคล้าไปกับแสงจันทร์อย่างน่าหลงใหล มือหนาขยับวางลงกับมือนุ่มพร้อมกระชับใว้แน่น ข้อนิ้วหนาจากมืออีกข้างเกลี่ยแผ่วเบาไปตามพวกแก้มใสอย่างทะนุถนอมราวกับ กลัวว่าผิวสีขาวๆเนียนนุ่มนั้นจะแตกสลายไป
นิ้วเรียวยาวของยุนโฮลากไล้สำรวจใบหน้าสวยอย่างอ้อยอิ่งเนิบนาบ
เส้นผมสีเงินนุ่มลื่นที่ประดับปัดผ่านอยู่ข้างแก้มเนียนไม่ได้ทำให้คนร่างบางดูน่าหลงใหลน้อยไปกว่าตอนที่เส้นผมเป็นสีดำเลยสักนิด แผ่ขนตาสีดำระบายเรียงเป็นเส้นบางๆปกปิดแก้วตาใสที่หลับใหลอยู่ภายใน สันจมูกโดงรั้นยามเมื่อเจ้าตัวไม่สบอารมณ์ช่างดูน่ารักมากกว่าที่จะน่ากลัวเป็นไหนๆ ริมฝีปากบางสีกุหลาบที่แค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความหอมหวาน หากแต่ถ้าได้สัมผัสจะรู้ว่าแค่ความหวานคงยังไม่พอที่จะบรรยายรสชาติที่ได้รับจากคนตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ
“แจจุงครับ...หลับฝันถึงเรื่องที่ดีจนไม่ยอมตื่นมาเจอผมเลยหรือ...” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ ริมฝีปากหนาเลื่อนเข้าประทับหน้าผากมนที่มีเส้นผมละอยู่เล็กน้อย
“ราตรีสวัสดิ์ครับแจจุง...ถ้าให้ดี ฝันถึงผมบ้างนะ” ชองยุนโฮระบายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะคว้ามือนุ่มมากุมไว้ด้วยมือของตนทั้งสองข้างแล้วฟุบหน้าลงกับขอบเตียงเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกคน
++++++
วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำไปทั่วท้องฟ้าสีคราม ร่างเล็กๆเดินตัวสั่นด้วยความหนาวเย็นไปตามทางเดินของโรงพยาบาลวิเศษเซนต์มังโกทั้งที่ตัวยังเปียกจนชุ่มไปหมด
“จุนซูอย่าเดินเร็วนักสิ เกิดลื่นล้มขึ้นมาจะทำไงห๊ะ!” ร่างสูงที่เพิ่งเลี้ยวไปขอผ้าขนหนูจากเค้าเตอร์รีบวิ่งมาคว้าไหล่คนรักให้ชะรอความเร็วในการเดินที่แทบจะกลายเป็นวิ่ง
“ก็ฉันอยากเจอแจจุงเร็วๆนี่นา!! อื้อ!~~~ เบาๆหน่อยสิยูชอน!!” หัวกลมๆสั่นคลอนไปมาตามแรงขยี้จากผ้าขนหนูผืนนุ่มด้วยฝีมือคนตัวสูงกว่า
“ถึงงั้นก็เถอะ ใช่ว่านายจะวิ่งดุ๊กๆไปหาแจจุงได้แบบนี้หรือไงละ ลูกในท้องนายก็ลูกฉัน เกิดนายวิ่งๆแล้วลูกฉันหลุดออกมาทำไง นายนี่ไม่สมกับเป็นแม่คนเลยนะ!”
ปับ!!~
มือหนาถูกปัดออกจากแรงมือคนตัวเล็กกว่า
“ก็ใช่สิ!!! ฉันไม่สมควรเป็นแม่อย่างที่นายว่านั่นแหละ เพราะงั้นนายก็ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น!!!!” ใบหน้าเล็กแสดงอาการน้อยใจที่ถูกว่าอย่างที่สุด เจ้าตัวหมุนกายกลับแล้วเดินจำอ้าวอย่างไม่สนใจเสียงร้องเรียกของอีกฝ่าย
“จุนซู! ฉันขอโทษ~~ ฉันผิดเองๆ” ยูชอนรีบวิ่งไล่หลังคนตัวเล็กไปพร้อมกับยกมือเกาะไหล่หนุบหนับไปมาตลอดทางเดินแม้ว่าอีกฝ่ายจะแกะมือนั้นออกจากตัวอยู่หลายรอบ แต่ยูชอนก็ไม่ละความพยายาม ไม่รู้สึกโกรธคนตัวเล็กนี่ด้วยที่ขี้น้อยใจเกินเหตุ เพราะตลอดระยะหลังมานี่จุนซูมักจะมีอาการน้อยอกน้อยใจ ขี้งอนทั้งเช้า กลางวัน เย็นครบสามเวลาหลังอาหาร แรกๆเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนน่ารักเป็นอะไรไป แต่พอได้ฟังอาการทั้งหมดจากมาดามพอมฟรีย์ทำให้เขารู้ว่าที่จุนซูเป็นอยู่นี่ ‘เป็นอาการส่วนหนึ่งของคนตั้งครรภ์ใหม่ๆ!’
ง้อ งอนม้วนต้วนกันไปจนถึงหน้าห้องพักร่างสองร่างที่กำลังจะผลักบานประตูสีขาว เข้าไปเป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพคนสองคนกำลังแลกจูบกันอย่างน่าอิจฉา ที่สุดภายในห้องผ่านระจกสี่เหลี่ยมใสตรงบานประตู
เมื่อคืนศาสตราจารย์มักกอนนากัลมาบอกเขากับยูชอนในห้องโถงว่าแจจุงฟื้นแล้ว พอรู้แบบนั้นก็อยากจะมาหาเพื่อนรักเลยแต่ก็ถูกกันไว้เพราะตอนนั้นท้องฟ้าก็มืดแล้วให้มาในอีกวันก็คือวันนี้ แล้วอีกอย่าง ยังไงแจจุงก็มียุนโฮคอยดูแลอยู่แล้ว แต่ที่เขาห่วงก็คือเรื่องความสัมพัทธ์ระหว่างยุนโฮกับแจจุงต่างหาก
แต่สงสัยเขาจะคิดมากไปละมั้ง ก็ดูสิ สองคนนั้นหวานกันจะตาย คนสวยนอนอ่อนแรงอยู่บนเตียงโดยมีคนตัวสูงนั่งอยู่ข้างๆไม่ห่าง มือที่ลูบไล้ผิวหน้าสวยๆอย่างทะนุถอมแค่เห็นก็รู้สึกอบอุ่นแทนคนถูกดูแลแล้ว
“ไม่เข้าเหรอจุนซู?” ยูชอนละจากภาพหวานๆตรงหน้าแล้วก้มลงถามคนตัวเล็กที่ยังแนบหน้าเข้ากับกระจกใส
“ม่ายละ~” หัวเล็กๆส่ายไปมาก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ยืนแนบอยู่ด้านหลัง “ฉันว่าเราไปนั่งทานอะไรก่อนแล้วค่อยมาอีกทีดีกว่า”
“ตามนั้นครับ...ภรรยาที่รัก” ยูชอยแกล้งเอ่ยสรรพนามที่ทำเอาจุนซูต้องหน้าแดงวาปเล่นๆอย่างนึกสนุก
ดวงหน้าแดงใสชักสีหน้าไม่พอใจนิดๆอย่างไม่จริงจังนักแล้วพูดเสียงดุใส่คนขี้แกล้ง “บ้า! ฝันไปเถอะว่านายจะได้ฉันไปอยู่ตำแหน่งนั้นง่ายๆ!!”
“ถ้าได้มาง่ายๆฉันคงไม่สนใจนายหรอกจุนซู” วงแขนแกร่งรั้งเอาร่างเล็กๆที่คิดจะเดินหนีให้เข้ามาปะทะอกตัวเอง มือหนายกขึ้นประคองข้างแก้มนุ่มทั้งสองข้างแล้วก้มใบหน้าลงใกล้อีกฝ่ายจนลมหายใจแทบจะรดกัน
จุน ซูได้แต่ยืนแข็งสองมือยึดเสื้อคลุมตัวเองแน่นเมื่อเจอใบหน้าหล่อๆในระยะ ประชิด ดวงตาเรียวเล็กสบกับดวงตาคมของอีกฝ่ายด้วยความพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้ ตัวเองถูกสายตาคมๆนั้นหลอมละลายร่างทั้งร่างและหมดแรงทรงตัวไปเสียก่อนจะได้ ฟังเสียงทุ้มนุ่มลึกที่กระซิบแผ่วอยู่ข้างใบหูได้ทันจบประโยค
“จุนซู ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่นายหวังไว้ ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำตัวงี่เง่ามาตลอด แต่ที่ฉันเป็นแบบนั้นก็เพราะฉันยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองว่าคิดยังไงกับนาย...” ริมฝีปากหนาเริ่มไล้วนมาหยุดอยู่ข้างแก้มนุ่ม มือก็เลื่อนลงไปคล้องเข้ากับเอวเล็กไว้หลวมๆ “...ที่แกล้งก็เพราะอยากเข้าใกล้นาย ที่เอาแต่หาเรื่องนายก็เพราะอยากให้นายจดจำฉันคนนี้เอาไว้ให้มากๆ...” ริมฝีปากอุ่นเลื่อนลงจนเกือบจะแนบชิดกับริมฝีปากนุ่มๆของอีกฝ่าย ดวงตาคมจ้องมองแก้วตาใสตรงหน้าราวกับจะมองให้ทะลุถึงหัวใจของเจ้าตัว
“...ที่ทำทั้งหมด...ก็แค่อยากให้นายไม่ลืมฉันคนนี้ ไม่ลืมผู้ชายที่ชื่อ ปาร์คยูชอน...”
สัมผัสอุ่นๆแผ่วเบาที่ประทับอยู่ตรงริมฝีปากทำเอาร่างเล็กๆเกือบจะทรุดลงกับพื้นด้วยความเคลิ้บเคลิ้ม เรียวลิ้นหนาที่แทรกเข้ามาฉกชิงทั้งลมหายใจและเรี่ยวแรงทำให้เผลอไผลไปกับสัมผัสนั้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
จุนซูเลื่อนมือขึ้นเกาะยึดเสื้อคลุมของคนตรงหน้าจนยับเพื่อหาหลักยึดเหนี่ยว
“ฮึ...อือ......”
เสียงหวานครางแผ่วยามเมื่อแลกเปลี่ยนเรียวลิ้นให้เกี่ยวกระหวัดกัน มือแกร่งจับประคองใบหน้าเล็กให้เงยขึ้นแล้วมอบจูบที่แสนหวานยิ่งกว่าคราวแรกกดย้ำให้รู้สึกถึงตัวตนของเขา ให้รู้ว่าต่อจากนี้ไปคนในอ้อมกอดนี้จะเป็นคนของเขาเพียงคนเดียว
“อือ.....ยู....ยูชอน~....” เสียงหวานเล็กๆสั่นพร่ายามเมื่อถูกสันจมูกโด่งลัดเลาะลงกับซอกคอเนียนขาวของตัวเอง จุนซูฝืนกายผลักอกแกร่งให้ขยับห่างอย่างไม่ตั้งใจนักแต่อีกฝ่ายก็ยอมผละออกอย่างว่าง่ายแม้จะรู้สึกเสียดายก็ตาม
“ฉันรักนายขนาดนี้นายจะใจร้ายไม่ยอมมาเป็นคนรักของฉันอีกเหรอไง คิมจุนซู”
“งี่เง่า!” เสียงเล็กๆตะวาดแหลมสูงแต่คนฟังก็รู้ว่านั่นไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่กำลังโกรธเลยสักนิด ใบหน้าเล็กๆที่ขึ้นสีจัดจากการถูกปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นจากคนตัวสูงเชิดขึ้นพร้อมกับยกนิ้วจิ้มลงที่อกกว้าง “ปาร์คยูชอน! นายรู้ไหมว่าทุกครั้งที่นายแกล้งฉัน ฉันรู้สึกยังไง!” นิ้วเล็กๆจิ้มย้ำไปที่จุดเดิมพร้อมกับขยับร่างตัวเองที่ใกล้อยู่แล้วให้ใกล้ อีกฝ่ายมากขึ้นไปอีกพร้อมกับเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยให้สายตาอยู่ในระดับเดียว กัน “...ฉันเกลียดเสียงนายที่ชอบหัวเราะเยาะฉัน! เกลียดหน้านายที่ชอบมองฉันด้วยสายตาเย้อหยิ่ง! เกลียดทุกครั้งที่เจอนายแม้จะอยู่ไกลๆ! แต่ที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือ...” มือเล็กๆเลื่อนขึ้นจับใบหน้าหล่อคมของคนที่กำลังอึ้งเพราะถูกต่อว่าไม่หยุดให้ก้มลงมาใกล้ๆ
“...ฉันเกลียดที่สุดท้ายฉันก็หลงรักคนกะล่อนเหมือนหนู และก็โง่เหมือนไก่อย่างนายจนได้!!!”
พูด จบประโยคปุ๊ปก็ผละออกจากคนตัวสูงแล้วเดินจ้ำอ้าวจากไปทันทีด้วยสภาพที่ใคร เห็นคงนึกว่าร่างเล็กคนนี้ไปตากแดดที่ไหนมาสักแห่งจนหน้าเหน้อหูเหอแดงแปร๊ด ไปหมดแบบนี้
ร่าง สูงยืนอึ้งอยู่กับที่ในขณะที่รอยหยักในสมองทำงานกันยุ่งเหยิง คำพูดเมื่อกี๊ที่ได้ยินกำลังทำเขาสับสน ยูชอนพยายามทำความเข้าใจว่าตัวเองถูกด่าหรือถูกบอกรักกันแน่อยู่เกือบนาทีจน เสียงเล็กๆจากคนที่เดินห่างออกไปไกลมากแล้วตะโกนเรียกสตินั่นแหละถึงจะ รู้สึกตัว
“ปาร์คยูชอนคนโง่! รีบๆมาสักที! ฉันก็มีนัดตรวจกับหมอเหมือนกันนะ!!!!” ตรวจกับหมอที่ว่าก็คือตรวจครรภ์นั่นแหละ จุนซูกับแจจุงเป็นเคสพิเศษที่แม้แต่โลกเวทย์มนต์เองก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่ผู้ชายสามารถมีลูกได้แบบนี้
ใบหน้าคมระบายยิ้มกว้างจนตาหยี่ก่อนจะรับคำเสียงดังแล้วรีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กที่ยืนเท้าเอวอยู่หน้าลิฟท์
“คร้าบบบที่ร๊ากกก~~”
--------------------------------------
----------------------
----------
::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::
หนึ่งชั่วโมงก่อนที่จุนซูกับยูชอนจะมาโรงพยาบาลเซนต์มังโก
“แจจุง...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนบนเตียงอย่างอ่อนแรง น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูราวกับหมดหนทางที่จะพยายามให้ร่างบอบบางบนเตียงสีขาวนี้ได้เอ่ยคำพูดออกมาสักคำก็ยังดี
ตั้งแต่เมื่อคืนที่แจจุงนอนกระสับกระส่ายก่อนจะลุกพรวดขึ้นมายุนโฮก็แทบจะร้องด้วยความดีใจที่ในที่สุดแจจุงก็ฟื้นเสียที แต่เขาคิดผิดถนัด แจจุงโวยวายดังลั่นเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด ไม่ว่าเขาจะพยายามกอดปลอบยังไงแจจุงก็ไม่หยุดดิ้นซ้ำยังผลักไสเขาให้ออกห่างแล้วขดตัวกอดตัวเองแน่นพร้อมกับร้องไห้ไม่หยุด แพทย์และนางพยาบาลต่างก็รีบเข้ามาดูอาการอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นแจจุงก็โดนฉีดยาสลบชนิดอ่อนทำให้สงบลงก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง แพทย์บอกกับยุนโฮว่าที่แจจุงเป็นแบบนี้เพราะยังตื่นตกใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มาก และที่สำคัญ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแจจุงกำลังสับสนระหว่างความฝันกับความจริง
ยุนโฮรู้ดีแล้วว่าคนร่างบางนั้นกำลังท้อง หลังจากที่เขาพาแจจุงกลับมาอย่างปลอดภัยวันนั้นแจจุงก็ตกอยู่ในมือแพทย์แทบจะทันทีที่มาถึงที่นี่ เขารู้เรื่องทุกอย่างจากศาสตราจารย์เมอร์ลิน แม้จะไม่ค่อยเชื่อนัก แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าเป็นเพราะเลือดของเขาทำให้ทายาทไม่อาจฟื้นคืนได้อย่างสมบูรณ์ เด็กในท้องของแจจุงมีเลือดของเขาอยู่ส่วนหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเข้าใกล้แสงที่รายล้อมรอบตัวแจจุงได้ในขณะที่คนอื่นๆเข้าไม่ได้ เพราะแสงนั้นจะไม่ทำร้ายคนที่มีสายเลือดเดียวกับทายาท แต่เพราะเลือดของเขาไม่ได้เป็นเลือดเดียวกันกับแจจุงตั้งแต่ต้นจึงไม่อาจลบล้างพลังมืดนั้นได้หากแจจุงไม่ท้องลูกของเขา ซึ่งนั่นทำให้แจจุงและเขาเชื่อมถึงกัน เลือดของเขาที่ถูกส่งให้ทางปากอย่างไม่ตั้งใจนั้นเป็นผลให้ความเป็นศาสตรย์มืดเสื่อมลง และพลังของแจจุงก็ต้านทานได้ในที่สุด
ในวันนั้นเขาเป็นห่วงแจจุงอย่างที่สุด เพราะหลังจากที่พลังเวทย์ของแจจุงกลับมานั้นทำให้เด็กในท้องเกิดอันตราย พลังที่ถูกสะกดไว้ที่ช่วงท้องนั้นถูกเรียกปลุกกลับขึ้นมาเพื่อไล่ความเป็นศาสตร์มืดออกไป เพราะงั้น น้ำยาขับลูกที่แจจุงดื่มเข้าไปนั้นจึงออกฤทธิ์แทบจะทันทีที่คนเป็นแม่นั้นไม่ได้ปกป้องลูกในท้องเหมือนอย่างตอนแรก โชคยังดีที่มาโรงพยาบาลทันจึงหมดห่วง แต่ที่น่าห่วงตอนนี้คืออาการของแจจุงนี่ต่างหาก
หลังจากที่เมื่อคืนโดนฉีดยาสลบแจจุงก็เพิ่งตื่นขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขายังไม่ทันได้พูดอะไรแพทย์ก็เข้ามาตรวจสภาพร่างกายของแจจุง จนเพิ่งเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขาถึงได้เข้ามานั่งเฝ้าอีกครั้ง มีเรื่องอยากจะบอกร่างบางคนนี้มากมายนัก แต่แจจุงกลับไม่ยอมพูดอะไรกับเขาเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าหรือสบตากันด้วยซ้ำ
“แจจุงครับ....” ยุนโฮลองเรียกอีกครั้ง เขาเลื่อนมือเข้าสัมผัสข้างแก้มเนียนแผ่วเบา ใบหน้าสวยหันหลบไปด้านข้างพร้อมกับพลิกกายนอนตะแคงหันหลังให้กับคนเรียก
ยุนโฮมองอาการของคนบนเตียงอย่างไม่รู้จะทำยังไง
“แจจุง หันมาคุยกันก่อนได้ไหม นายเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง”
ผ้า ห่มผืนบางถูกมือเรียวสวยจับยกขึ้นคลุมร่างตัวเองให้สูงจนเกือบปิดใบหน้าก่อน ที่เสียงหวานๆจะดังแผ่วเบาทั้งที่ยังไม่ยอมหันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ข้าง เตียง
“กลับไปเถอะยุนโฮ ฉันไม่มีค่าให้นายต้องมานั่งเฝ้าแบบนี้หรอก” ใช่ ตัวเขาไม่มีค่าเลยสักนิด...คิมแจจุง คนอย่างนายก็เป็นได้แค่ตัวสำรองที่อีกฝ่ายไม่คิดจะเปิดเผยให้ใครได้รู้ คบกันแบบลับๆที่แสนจะโง่เง่า อยู่กับความเจ็บปวดที่ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกที เจ็บแล้วก็ไม่รู้จักจำ ร้องไห้ไปไม่รู้เท่าไหร่ แล้วเป็นยังไง คิมแจจุง นายก็เห็นแล้วนี่ ว่าใครกันที่อยู่ในอ้อมกอดของยุนโฮ ใครกันที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของยุนโฮ ใครกัน....ที่เป็นคนของชองยุนโฮ...
เพียง แค่คิดถึงวันงานเต้นรำขอบตาก็รู้สึกร้อนไปหมด ความรู้สึกคับแน่นในอกจนแทบจะแตกสลายกำลังทรมานร่างบางอีกครั้ง แจจุงนอนงอตัวเข้าหากันสองแขนก็กอดรอบกายตัวเองราวกับต้องการที่พึ่ง การได้รับรู้ความจริงเรื่องที่ตัวเองเป็นทายาทนั้นทำให้เขารู้สึกเกลียดตัว เองมากขึ้นไปอีกและรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกใครต่อใครออกห่างจากเขา มีเพียงสิ่งเดียวตอนนี้ที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง และมันคงจะเป็นสิ่งเดียวจริงๆที่จะทำให้คนอย่างเขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า... ขอเพียงแค่เด็กในท้องคนนี้ที่จะอยู่กับเขาก็ไม่ต้องการใครอีกแล้ว แค่นั้นจริงๆ...
“ฮึก...........” เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาในที่สุดแม้ว่าจะสะกดกลั้นไว้สุดกำลังแล้วก็ตาม
ดวงตาคมเฝ้ามองแผ่นหลังบางและลาดไหล่เล็กที่เริ่มสั่นน้อยๆ ยุนโฮแทบจะรู้สึกโดดเดี่ยวไปกับบรรยากาศที่คนร่างบางสร้างขึ้นมา ความอ่อนแอที่ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงที่หนาแน่นปิดกั้นใครต่อใครไม่ให้รับรู้ ความอ่อนไหวกับความรู้สึกที่แสนบอบบางทำให้รู้สึกอยากปกป้อง อยากเข้าไปโอบกอด อยากมอบความรัก...อยากดูแลคนคนนี้ตลอดไป
ยุนโฮเอื้อมมือไปรั้งหัวไหล่ที่สั่นเล็กน้อยให้ร่างบางนั้นพลิกกลับมาทางเขา นัยน์ตาคมดุจผืนน้ำทะเลสาบสีครามจ้องลึกลงไปในแก้วตาใสสีฟ้าสดที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตา
แจจุงไม่ได้ขัดขืนให้ตัวเองหลีกหนีเหมือนอย่างตอนแรก การที่เผลอสบตาของชองยุนโฮนั้นทำให้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านแรงดึงดูดนี้...เป็นแบบนี้ทุกที นายมันไม่ได้เรื่อง...คิมแจจุง
“คิมแจจุง” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างช้าๆเน้นน้ำเสียงให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาหนักแน่นกับคำพูดมากแค่ไหน ร่างสูงทิ้งกายลงนั่งที่ขอบเตียงพลางยกมือเกลี่ยซับหยาดน้ำใสๆที่ไหลไปตามข้างแก้มเนียนนุ่ม “...ตอบฉันได้ไหม ว่าทำไมฉันถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ถ้านายไร้ค่า ตอบฉันได้ไหม ว่าทำไมฉันถึงได้ยื่นข้อเสนอให้นายเป็นแฟนฉันถ้าฉันไม่สนใจนาย ตอบฉันได้รึเปล่า ว่าทำไมทุกครั้งที่ฉันจูบกับสเตฟานี่ฉันถึงเรียกนายให้มาหา...”
พูดยังไม่ทันจบคนที่นอนนิ่งปล่อยให้ร่างกายรับสัมผัสที่แสนอบอุ่นจากปลายนิ้วคนตัวสูงก็ขยับตัวออกห่างทันที
“ไม่....ฉันไม่เชื่อคำพูดของนายอีกแล้วยุนโฮ...” แจจุงหลบสายตาลงให้พ้นจากดวงตาคมก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเย้อหยันให้กับตัวเอง “...หึ! ไม่ใช่สินะ...นายไม่เคยพูดอะไรเลย ฉันเองต่างหาก...ฉันคนเดียวที่คิดไปเอง หลงคิดว่านายก็อาจจะสนใจฉันบ้าง.....หึๆ งี่เง่าจริงๆ น่าสมเพชตัวเองชะมัด...” น้ำเสียงที่แม้จะหัวเราะแต่ก็ผสมไปกับอาการสั่นเครือเพราะเจ้าตัวไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
“ฮึก...ออกไปได้ไหมยุนโฮ ยิ่งฉันเห็นนาย...ฮึก ฮือ...ฉันก็ยิ่งทุเรศตัวเอง...” มือเรียวขาวยกขึ้นปิดหน้าตัวเองอย่างหมดหนทางที่จะฝืน ยิ่งอยู่ต่อหน้ายุนโฮแบบนี้แจจุงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ ไม่เคยรู้เลยว่าการรักใครสักคนแล้วไม่เป็นอย่างหวังจะทำให้เสียความเป็นตัวเองได้ขนาดนี้...ยุนโฮกำลังจะกลายเป็นทุกสิ่งของเขา เป็นแม้แต่ลมหายใจของเขา หรือแม้กระทั้งวิญาญาณ...ถ้าไม่มีลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ร่างบางอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะหมดกำลังใจที่จะเผชิญหน้าต่อไป
...คิดจะหนีงั้นเหรอ? เห็นไหม นายเป็นคนไร้ค่าจริงๆนั่นแหละ คิมแจจุง...
“แจจุง นายฟังฉันพูดได้ไหม! อย่าเอาแต่สรุปเอาเองแบบนี้!!” ยุนโฮยึดข้อมือเล็กให้ห่างออกจากใบหน้าสวย “นายก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าทำไมฉันถึงเข้าใกล้นาย นั่นอาจจะเป็นหน้าที่ แต่เพราะว่าความรู้สึกฉันมีให้นายมากกว่านั้น! นายมีค่ามากกว่าที่จะเป็นแค่คนที่ใครๆเรียกว่า ทายาท นายมีค่ามากกว่าศาสตราย์เมอร์ลินด้วยซ้ำ! ต่อให้คนทั้งโลกนายก็ยังคงมีค่ามากที่สุดในสายตาของฉัน!!!”
นัยน์ตาสีฟ้าสดสบกับคนพูดที่ตีสีหน้าจริงจัง
ยุนโฮผ่อนแรงที่กำข้อมือเล็กแล้วเปลี่ยนเป็นจับให้มือนุ่มทั้งสองเข้ามากุมไว้หลวมๆ
“ฉันมองนายมาตลอดเลยนะรู้ไหม ฉันสนใจทุกอย่างที่เป็นนาย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอบนรถไฟตอนปีหนึ่ง...” ยุนโฮกระชับมือเล็กที่กุมไว้แน่นขึ้นแล้วส่งมืออีกข้างไปเช็ดคราบน้ำตาให้คนบนเตียง ข้อนิ้วหนาไล้สัมผัสไปตามผิวหน้าเนียนลื่นช้าๆ “...ตาของนาย...เส้นผมของนาย ริมฝีปากของนาย เสียงพูดเสียงหัวเราะของนาย...แจจุง หากนายมองมาที่ฉันบ้างตั้งแต่แรก นายคงเห็นว่าฉันเอาแต่มองนายจนไม่อาจคลาดสายตาได้เลย...ตอนที่รู้ว่าฉันจะได้คุ้มครองนาย รู้ไหมว่าฉันตื่นเต้นและรู้สึกดีใจแค่ไหน...ฉันคิดไว้เสมอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะต้องปกป้องนายให้ได้ ฉันยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อให้นายปลอดภัย”
“นายปกป้องฉัน...ก็เป็นเพราะหน้าที่......ฉันรู้......” เสียงหวานเอ่ยค้านอย่างไม่เต็มคำนัก
“นั่นเป็นส่วนหนึ่ง ฉันเคยถามนายใช่ไหมแจจุง ว่านายได้ยินเสียงหัวใจฉันรึเปล่า”
ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อขอคำตอบ ใบหน้าสวยจึงยอมพยักหน้าเบาๆ “....อืม....”
“ตอนนั้นฉันถูกสเตฟานี่วางยาเอาไว้ ถ้าหากฉันบอกความรู้สึกไปตรงๆแผนที่ฉันหลอกคบกับสเตฟานี่อาจพังลงได้...และสาเหตุมันก็มาจากนายนั่นแหละแจจุง ถ้านายไม่ทำให้ฉันหลงจนเกิดอารมณ์ฉันอาจจะไม่ทำให้นายถูกเพ่งเล็งจากสเตฟานี่จนหล่อนจับได้...”
แจจุงทวนคำว่า ‘ทำให้ฉันหลง’ ในหัวซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ยุนโฮมองอาการหลบสายตาของแจจุงทั้งที่ใบหน้าสวยระเรือสีแดงอย่างไม่รู้ตัวแล้วอดที่จะระบายยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าแจจุงจะทำอะไรก็น่าหลงใหลไปซะหมด
“เข้าใจหรือยังแจจุง นายตอบคำถามฉันในวันนั้นได้แล้วใช่ไหม?” ยุนโฮจับให้ฝ่ามือของแจจุงทาบเข้ากับหน้าอกตัวเอง “...เสียงหัวใจของฉัน นายรับรู้แล้วใชไหมว่ามันบอกอะไรกับนาย”
จังหวะการเต้นของหัวใจผ่านหน้าอกหนาที่รับรู้ได้จากฝ่ามือตัวเองทำให้เจ้าตัวยิ่งหันหน้าหลบซุกลงกับหมอนใบใหญ่มากขึ้น...เร็วมาก และแรงด้วย หัวใจของยุนโฮแทบจะรัวเป็นเสียงกลอง ทุกจังหวะการเต้นที่ส่งผ่านมาทางความรูสึกแทบจะทะลุเข้าไปในหัวใจของแจจุง
...นายบอกว่าไงนะยุนโฮ หัวใจของนายเต้นเร็วเกินไปหรือเปล่า ฉันกลัวว่าฉันอาจจะเข้าใจผิด ฉันคิดเข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหม ว่านายกำลังบอกว่า ‘รัก’ ฉัน...
“รู้แล้วหรือยังแจจุง” เสียงทุ้มถามพลางก้มหน้าลงไปใกล้คนที่พยายามจะหันหลบ
“...มะ...ไม่รู้!...” ยิ่งถูกต้อนมากเท่าไหร่ แจจุงก็ยิ่งหนีมากเท่านั้น พอจะพลิกกายไปอีกด้านก็ถูกคนตัวสูงฉุดแขนให้ลุกขึ้นนั่ง และโดยไม่ทันตั้งตัวใบหน้าสวยก็ถูกฝังจมลงกับอกกว้างที่แสนอบอุ่นเสียแล้ว
“ฟังดีๆนะแจจุง...” ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนเส้นผมสีเงินนุ่ม วงแขนอีกข้างก็รวบรัดรอบร่างบางๆให้แนบแน่นก่อนจะก้มศีรษะลงให้ริมฝีปากวนเวียนละเลียดอยู่แถวๆใบหูเล็ก
“ฉันรักนาย...คิมแจจุง”
...รัก....รัก! ยุนโฮรักเขา!!...แจจุงนิ่งค้างอยู่หลายอึดใจจนเจ้าของอ้อมกอดพูดย้ำอีกครั้งนั่นแหละใบหน้าสวยถึงได้ยอมเงยขึ้นมองอีกฝ่าย
“รัก....รัก....ได้ยินไหมแจจุง ชองยุนโฮรักคิมแจจุง รักมาก....รั.....”
เรียวนิ้วสวยรีบยกขึ้นปิดริมฝีปากที่พูดย้ำคำรักให้หยุดลง ยุนโฮเลิกคิ้วมองการกระทำของคนสวย ดวงหน้าใสที่ขึ้นสีจัดหันหลบลงอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยตะกุกตะกักทั้งที่มือยังคงปิดปากอีกฝ่าย
“ถะ...ถ้างั้น....แล้วสเตฟานี่ละ....” ถามกลับด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัว รู้แล้วว่ายุนโฮต้องคบกับสเตฟานี่เพราะหน้าที่ แต่การที่คนคนนึงจะจูบใครสักคนถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยแล้วจะทำได้ลงเหรอ...
ยุนโฮรวบมือบางที่ทาบอยู่ที่ริมฝีปากออกแล้ววางให้มือนุ่มนั้นทาบลงกับข้างแก้มตัวเองพลางใช้อีกมือเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา
“สเตฟานี่ ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกอะไรอย่างที่นายทำ...ฉันไม่ได้ชอบเขา แต่เพราะการคบกับสเตฟานี่เป็นส่วนหนึ่งที่ฉันได้รับมอบหมายให้ทำมันก็เลี่ยงไม่ได้...”
“แต่นายก็จูบเธอ.....ต่อหน้าทุกคน...ต่อหน้าฉัน....” แม้จะถูกอีกฝ่ายจับปลายคางให้เงยหน้าสบตา แต่แจจุงก็เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบดวงตาคมคู่นั้น
“แล้วฉันก็จูบนายไงละแจจุง ฉันจะเรียกนายมาหาทุกวันเพื่ออะไรถ้าฉันไม่ได้ต้องการตัวนาย คนที่ฉันอยากกอดอยากจูบอยากสัมผัสคือนาย ไม่ใช่ใครอื่น แต่ต้องเป็นคิมแจจุงคนนี้เท่านั้นที่ชองยุนโฮต้องการ...” หัวแม่มือของคนพูดขยับขึ้นแตะกลีบปากบางสีกุหลาบแผ่วเบา
“...แจจุง นายคงไม่รู้หรอกว่าความจริงแล้วเป็นฉันเองที่ขาดนายไม่ได้ การที่ฉันจูบนายหลังจากที่จูบกับสเตฟานี่มันช่วยทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำกับนายไม่เหมือนที่ทำกับคนอื่น ความรู้สึกของฉันมั่นคงกับนายตลอด...ฉันต้องการนายมากกว่าที่นายคิดนะแจจุง เวลาที่นายเพิกเฉยใส่ ฉันก็โกรธแทบจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ยิ่งเห็นนายเข้าใกล้คนอื่นก็ยิ่งอยากเข้าไปแยกนายออกมา...แต่ต่อจากนี้ ทุกอย่างมันจบแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครพานายไปจากอ้อมกอดของฉันอีก คนที่จะกอดนายได้ต้องมีแค่ฉัน......”
อ้อม กอดที่แน่นขึ้นทำให้แจจุงรู้สึกอบอุ่นจนร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ความรู้สึกเป็นสุขอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานตั้งแต่เสียคนในครอบครัวไปทำให้ ใบหน้าสวยๆเลือกที่จะซุกเข้าหาอกกว้างและกอดตอบร่างหนาให้แน่นขึ้น
“ยุนโฮ....เรื่องจริงใช่ไหม.....ฉันจะไม่เจ็บอีกแล้วใช่รึเปล่า...” เสียงหวานสั่นคลอนอยู่ตรงอกคนตัวสูง “...ฉันจะมีนายอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไปใช่ไหม......”
ยุนโฮค่อยๆกดริมฝีปากลงกับกลุ่มผมนุ่ม ใบหน้าสวยที่เงยขึ้นหลับตาพริ้มรับสัมผัสอุ่นๆที่ละเลียดอยู่ตรงเปลือกตาอย่างเต็มใจจนเกือบจะกลายเป็นโหยหาสัมผัสนี้จากคนตรงหน้า ริมฝีปากและอ้อมกอดของยุนโฮทำให้เขาเกิดความต้องการอย่างไม่รู้จบ ราวกับว่าความรู้สึกโดดเดี่ยวนั้นจะถูกคนคนนี้มอบความอบอุ่นให้ได้อย่างที่เขาต้องการ
“ยุนโฮ....ฉันรักนา...ย...”
แจ จุงเอ่ยยังไม่ทันจบดียุนโฮก็จัดการมอบจุมพิตที่แสนหวานให้ซะก่อน มือเล็กยึดเสื้อคลุมร่างสูงแน่น ความรู้สึกมากมายที่ส่งผ่านเข้ามาทางริมฝีปากทำให้ร่างบางๆแทบจะหมดแรงทรง ตัว นี่เป็นครั้งแรกที่แจจุงรู้สึกได้ว่าจูบของยุนโฮไม่ใช่แค่การแสดงอารมณ์ต้อง การ แต่มันเต็มไปด้วยความรักและความมั่นคง กดย้ำรุกล้ำแทรกเข้ามาจนเรียวลิ้นเล็กไม่อาจต้านอารมณ์ตัวเองได้จึงปล่อยให้ ลิ้นของอีกฝ่ายชักนำการเคลื่อนไหวอย่างไม่คิดที่จะต่อต้านอีกแล้ว
“อือ... อืม.....” แผ่นหลังบางค่อยๆเอนลงกับที่นอนโดยที่ริมฝีปากยังคงแลกจูบกับอีกคนอยู่ไม่ ห่าง เมื่อร่างทั้งร่างได้นอนราบไปกับเตียงคนตัวสูงก็ยอมผละริมฝีปากออกให้อีก ฝ่ายได้มีอากาศหายใจ
“ยุน...ยุนโฮ...อื้อ....~~” ด้วยความหมันเขี้ยวยุนโฮจึงจัดการขบกัดที่ซอกคอเนียนไปหนึ่งทีก่อนจะเลื่อน ใบหน้าจ้องมองดวงหน้าเนียนที่แดงระเรือไปจนถึงใบหูลามไปจนถึงลำคอระหง
ดวงตาที่ส่องประกายของคนทั้งสองสบกันเนิ่นนานจนรู้สึกเหมือนเวลาจะหยุดไว้แค่นั้น
“อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะแจจุง...เราสามคน...” ฝ่ามือใหญ่ขยับลงไปวางทาบแผ่วเบาที่หน้าท้องของร่างบาง “...จะอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน ผมจะรักและดูแลแจจุงกับลูกอย่างดีที่สุด...ผมสัญญา”
วงแขนเล็กกอดรอบคอคนเหนือร่างให้ใบหน้าคมขยับลงมาใกล้
“ฉันจะเป็นคนรักของนายและเป็นแม่ให้กับลูกของเราให้ดีที่สุดเหมือนกัน”
ชายหนุ่มร่างสูงระบายยิ้มพร้อมกับก้มลงประทับจุมพิตให้กับคนสวยอีกครั้ง ด้วยความหวานจากร่างบางๆก็ทำเอายุนโฮอดใจไม่ไหวที่จะลัดเลาะริมฝีปากตัวเองไปตามผิวหน้าเนียนนุ่ม ปลายคาง ซอกคอ พร้อมกับเลื่อนมือเข้าใต้เสื้อตัวบางอย่างหย่ามใจ
“ยุนโฮ หยุดนะ....มะ...อื้อ....ไม่เอายุนโฮ...!~” เมื่อเสื้อถูกถลกขึ้นยุนโฮก็ขมเม้มที่ยอดอกสีสวยอย่าพอใจก่อนจะลากเรียวลิ้นลงมาตามร่องเนินอกไปจนถึงหน้าท้องแบนราบ ยุนโฮหยุดอยู่ตรงบริเวณนั้นก่อนจะแนบใบหูลงกับผิวเนียนนุ่ม
“ฟังสิแจจุง...ลูกกำลังบอกอะไรกับเราละ” น้ำเสียงจริงจังจนเรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน มือบางกดที่ไหล่หนาเป็นเชิงบอกให้อีกคนขยับหัวออกจากหน้าท้องตัวเอง แต่ก็ไร้ผลเมื่อคนเอาแต่ใจยังค้างอยู่ท่าเดิม
“อืม....ว่าไงนะ? อ้อ! ลูกบอกว่า...คุณแม่คนสวยยอมคุณพ่อสุดหล่อเถอะนะ เพราะต่อจากนี้คุณพ่อจะไม่ได้กอดคุณแม่แบบลึกซึ้งและลึกล้ำไปอีกนานหลายเดือนเลย~” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์บวกกับใบหน้าทะเล้นถูกส่งให้กับคนสวยเจ้าของเรือนร่างนุ่มนิ่ม
“บ้า! ลุกออกไปเลยนะยุนโฮ!” มือเล็กจัดการดันหน้าหมีๆออกห่างจากตัวอย่างสุดความสามารถ เมื่อคนตัวสูงยอมผละออกคนสวยก็นอนหันหลังให้ทันที
“โกรธเหรอแจจุง~ ฉันไม่ได้แตะต้องนายแบบนี้นานแล้วนะ คิดถึงนายจนอยากจะกอดแล้วกอดอีก” ยุนโฮขยับนั่งเข้าไปใกล้คนร่างบางอีกนิดแล้ววางมือลงตรงฝั่งที่แจจุงหันหลบจนแทบจะตกเตียง
คิดว่าที่หันหลบนี่แจจุงคงจะโกรธเอามากๆ แต่พอยุนโฮได้มองใบหน้าสวยชัดๆกลับเห็นว่าแจจุงนั้นหน้าแดงขนาดไหน
...โอ้ย น่ารักได้โล่จริงๆ!...
“เขินเหรอแจจุง” แกล้งถามเสียงเย้าพาลเอาดวงตาสีฟ้าสดใสค้อนขวับเข้าให้
“ไม่ต้องทำมาพูดเลยยุนโฮ เรื่องอะไรที่ฉันจะยอมนายง่ายๆอีกละในเมื่อนายทำฉันเจ็บปวดมาตลอดแบบนี้...อดทนไปนานๆเลย ชองยุนโฮคนบ้ากาม!”
เสียงหวานตะโกนกลับแล้วตัดฉากด้วยการยกผ้าห่มขึ้นคลุมไปทั้งหน้าตัวเอง
ยุนโฮยิ้มรับกับท่าทางของคนสวยก่อนจะยอมถอยออกห่างเพราะคิดว่าแจจุงคงจะเริ่มเหนื่อยมากแล้วน่าจะได้นอนพักสักนิด ร่างสูงขยับเตรียมลุกขึ้ยจากเตียง แต่พอจะยืนขึ้นก็รู้สึกถึงแรงที่ยึดเสื้อคลุมด้านหลังของเขาเอาไว้
“แจจุง...” ยุนโฮหันหลับไปมองคนที่รีบพลิกกายหันมาดึงเขาไว้
“นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหม....อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนนะยุนโฮ...” เสียงหวานใสผ่อนลงเล็กน้อยด้วยเพราะเจ้าตัวคงจะเหนื่อยแล้วจริงๆ แจจุงพูดทั้งที่ยังคลุมโปงแต่มือกลับลอดใต้ผ้าห่มออกมายึดเสื้อคลุมร่างสูงเอาไว้แน่น
ยุนโฮจับผ้าห่มผืนบางให้เลื่อนลงสบกับแก้วตาใสที่ปรือเล็กน้อยแล้วเลื่อนมือไปลูบผมนุ่มให้เบาๆ
“นอนพักนะแจจุง ฉันจะอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆนาย...หลับซะนะคนดีของผม”
“..................ฉันรักนายจริงๆนะยุนโฮ...”
ประโยคบอกรักที่แสนแผ่วเบาขาดหายไปพร้อมกับเจ้าตัวที่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
“ครับแจจุง ผมก็รักแจจุง” ยุนโฮก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนแล้วลูบเส้นผมบางนุ่มไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้เบื่อ
...ว่าแต่ ยูชอนกับจุนซูบอกว่าจะมาหา ไม่เห็นมาสักทีแฮะ...
--------------------------------------
----------------------
----------
::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::
ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบในโรงเรียนฮอกวอตส์ เด็กปีหกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งเอกเขนกปล่อยให้วันที่แสนสุขสบายผ่านไปอย่างช้าๆ สายลมเย็นๆในช่วงฤดูฝนพัดผ่านกระทบร่างของเด็กกลุ่มนี้เป็นระยะๆ
ร่างเล็กๆนั่งขยับยุกยิกอยู่ภายในวงแขนของคนตัวสูงที่นั่งพิงลำต้นของต้นโอ๊คขนาดใหญ่ หัวกลมๆเอนพับไปมา ผงกขึ้นลงอยู่หลายทีจนคนที่หลับไปได้สักพักต้องลืมตาขึ้นมองคนตัวเล็กที่นอนพิงร่างของเขาอยู่ไม่ห่าง
ยู ชอนระบายยิ้มก้มลงมองคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่แนบอกของตนอย่างมีความสุข เขาจับให้ใบหน้าของจุนซูที่เอนไปมาให้พิงแนบลงกับอกของเขาให้มั่นคงมากกว่า เมื่อกี๊ มืออุ่นลูบไล้ผิวแก้มนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กอย่างสนุกมือ ยิ่งกดๆจิ้มๆที่ข้างแก้มจนเกิดรอยบุ๋มก็ยิ่งสนุก กำลังเพลิดเพลินกับคนรักของตัวเองอย่างเมามันส์เสียงทุ้มของเพื่อนซี้ที่ไม่ ดูขนาดตัวเองว่าเป็นหมีควายขนาดไหนถึงได้กล้านอนตักคนสวยที่แสนจะบอบบางอยู่ ใกล้ๆก็ดังขัดขึ้น
“ไอ้ยูชอน ระวังเหอะ จิ้มมากๆแก้มจุนซูยานไม่รู้นะเว้ย!” ใบหน้าหล่อคมแหงนขึ้นจากตักนุ่มนิ่มมองเพื่อนซี้พร้อมกับส่งเสียงล้อเลียนอย่างขำๆ แต่ไม่นานนักคนพูดแหย่ก็ต้องรีบกุมขมับตัวเองแน่นด้วยเพราะโดดแรงจากฝ่ามือนุ่มที่เมื่อกี๊ยังจับเล่นอยู่ฟาดดัง เพี้ยะ! เข้าให้เต็มแรงเกือบจะพร้อมๆกับเสียงตะโกนด่ากลับของยูชอน
“ปากหมาไอ้ยุนโฮ!!”
“พูดอะไรออกมานะยุนโฮ! ว่าจุนซูแบบนั้นได้ยังไง!!! นายนั่นแหละที่หน้ายาน~~~~~” ต่อว่าคนรักไปมือก็จัดการยืดแก้มยุ้ยๆของคนที่นอนหนุนตักไปด้วย
“ฮ่ะๆ!~ สมน้ำหน้า! จัดการเลยแจจุง เอาให้หน้ามันห้อยเหมือนปากเลยนะ!!” ยูชอนหัวเราะชอบใจกับอาการของเพื่อนรักที่ไม่กล้าขัดขืนคนสวยสักแอะเดียว
ยุนโฮเหลือบสายตามองหน้าเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าที่บอกว่า ‘ปากเมิงไม่ห้อยตายแล้วไอ้ไก่!’
บรรยากาศ สบายๆกับเสียงหัวเราะร่วนของพวกเขาอบอวลบริเวณนั้นโดยรอบจนคนที่ไม่ได้คิดจะ ออกไปเที่ยวฮ็อกมิดส์ในวันหยุดสุดสับดาห์นี้กับเด็กนักเรียนปีหนึ่งปีสองที่ ไม่ได้รับอนุญาติให้ออกไปก็อดที่จะอิจฉาไปกับพวกเขาไม่ได้
หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นวายกับโลกเวทย์มนต์เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนนั้นทำให้อะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในกระทรวงเวทย์มนต์และองกรณ์ต่างๆ แม้แต่ภายในโรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทย์มนต์ศาสตร์ฮ็อกวอตส์เองก็เช่นกัน
ผล คะแนนนำของบ้านในรอบหลายศตวรรตที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เห็นว่าบ้านเรเวนครอขึ้น นำอันดับหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นมานานมากแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทีมควิดดิชประจำบ้านของเรเวนครอทำคะแนนได้ดีตลอดฤดูการ แข็งขันนั่นเอง จุนซูที่เป็นตัวเกร็งของทีมกริฟฟินดอร์อดลงแข่งเนื่องจากสภาพร่างกายไม่ พร้อม หรืออีกในหนึ่ง ก็เป็นเพราะคำสั่งห้ามเด็ดขาดของยูชอนและมาดามพอมฟรีย์นั่นแหละที่ต่อต้าน อย่างที่สุดไม่ให้เขาที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ได้โลดแล่นอยู่บนไม้กวาด
แต่ ที่เป็นเรื่องอื้อฉาวก็คงไม่พ้นเรื่องของชเวดองวุคที่ออกข่าวเกือบทุกฉบับ ของโลกเวทย์มนต์ว่าได้เสียชีวิตลงเนื่องจากปกป้องทายาท และปาร์คยูฮวานที่มีส่วนพัวพันกับเรื่องศาสตร์มืดทั้งที่เป็นคนของตระกู ลปาร์คที่แสนจะต่อต้านเรื่องพวกนี้ และที่ทำให้เด็กทั้งโรงเรียนฮอกวอตส์ได้งงไปตามๆกันนั่นก็คือการกลับมาเรียน ของคิมแจจุงหลังจากที่ไปพักฟื้นอยู่เกือบเดือนโดยที่มีชองยุนโฮอยู่ข้างกาย ไม่ห่าง! อ้อ!! และสำหรับปาร์คยูชอนและคิมจุนซูก็ไม่น้อยหน้า แม้ว่าคนทั้งโรงเรียนจะพอรู้ข่าวลือมาบ้างแล้วว่าสองคนนี้เปลี่ยนจากศัตรูคู่อาฆาตรมาเป็นคู่รักหวานหยดแล้วก็ตาม แต่ข่าวประกาศการหมั้นของตระกูลเก่าแก่อย่างตระกูลปาร์คก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆที่ไหน!
“อากาศเริ่มหนาวแล้วนะ ปลุกจุนซูแล้วเข้าข้างไหนดีไหม?” ใบหน้าสวยก้มลงมองคนที่นอนหนุนตักทำท่าจะหลับอีกรอบเป็นเชิงถาม มือนุ่มๆก็จับเส้นผมหนาเล่นเรื่อยๆ
“แจจุงหนาวเหรอ? มาๆ ผมกอดแล้วกันนะ” ไม่ว่าเปล่ายังนอนตะแคงแล้ววาดวงแขนโอบร่างบางเสียแนบแน่นจนคนข้างๆเริ่มทนไม่ไหวกับอาการตลกหลอกกอดคนสวยของเพื่อน
“น้อยๆหน่อยไอ้ยุนโฮ แคร์สายตาคนรอบข้างนิดส์~” ยูชอนขยับตัวยื่นไปใกล้เพื่อนแล้วกระแทกมือดันหัวหมีๆไปหนึ่งที และเพราะว่ายื่นตัวมากไปหน่อยคนน่ารักที่นอนหลับมาเกือบชั่วโมงก็ตื่นจนได้
“อือ.......อยู่นิ่งๆได้ไหมหนูหื่นสมองไก่~” อารมณ์ว่ายังงัวเงียไม่ตื่นเต็มตา น้ำเสียงเล็กๆที่เปล่งออกมาจึงฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนัก
“จุนซูว่าไรอะแก?” ยุนโฮยันมือข้างหนึ่งลงกับพื้นแล้วยกตัวขึ้นหันไปถามเพื่อนอย่างสงสัย
“ป๊าว! แกจะรู้ไปทำไมวะ จุนซูพูดอะไรก็ไม่เกี่ยวกะแกซะหน่อย” ยูชอนรีบตอบเฉไฉแถไปเรื่อยพลางรีบตะครุบปิดปากเล็กๆที่ตั้งท่าจะพูดอะไรออกมาอย่างไม่รู้ตัวอีกแล้ว
“ฮึ...อื้อ! ~~...ปิดปากฉันทำไมยูชอน!!” เมื่อตื่นเต็มตาแล้วร่างเล็กก็ร้องโวยวายทันทีพร้อมกับปัดไม้ปัดมือแกะมือหนาของคนที่กอดรอบเอวตัวเองอยู่ให้ออกห่าง
“โว้ว! อย่าดิ้นมากสิจุนซู ถึงนายจะท้องแค่สองเดือนกว่าๆก็เถอะ ถ้าลูกกระทบกระเทือนมากๆเอ๋อขึ้นมาจะทำยังไงฮึ!” ด้วยความที่เป็นห่วงลูกตัวน้อยๆและเป็นห่วงแม่โลมาตัวเล็กๆยูชอนก็อดที่จะบอกเตือนออกไปไม่ได้ โดยลืมไปว่าช่วงนี้จุนซูนั้นน้อยใจง่ายเสียเหลือเกิน
“นายว่าฉันอีกแล้วนะยูชอน! ใช่สิ! ฉันจะไปเก่งดีเลิศเหมือนอย่างโคอาราได้ยังไง!!” ประชดประชันเต็มที่ ยิ่งรู้ว่าโคอาราคนนั้นทำคะแนนควิดดิชได้ดีในขณะที่ตัวเขาทำอะไรไม่ได้เลยก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
“เอาอีกแล้ว...” ยูชอนส่ายหน้าไปมากับการโดนข้อหาเดิมๆ ก็เรื่องโคอารานั่นแหละ! ร่างสูงคล้องแขนล็อคร่างเล็กๆไม่ให้ลุกหนีแล้วรั้งให้เข้ามาอยู่ใกล้ๆก่อนจะกระซิบเบาๆให้ได้ยินกันสองคน
“อย่าโกรธเลยนะที่รัก ไม่มีใครดีไปกว่าคิมจุนซูของปาร์คยูชอนคนนี้อีกแล้ว” คำพูดเอาใจใช้ได้ผลอย่าง
ไม่น่าเชื่อ ใบหน้าหวานก้มงุดๆพลางหันเข้าหาอกอุ่นแล้วนิ่งข้างอยู่อย่างนั้นปล่อยให้มือหนาโอบกอดตามอำเภอใจ
แจจุงที่เห็นว่าเพื่อนเข้ากันได้ดีกับยูชอนก็เผลอยิ้มไปกับคู่รักตรงหน้า
“แจจุงยิ้มแล้วเหมือนนางฟ้าเลยนะ น่ารักจัง....!~” คนที่ขยับมานั่งข้างๆยื่นใบหน้าไปใกล้คนสวย พอแจจุงได้ยินแบบนั้นปุ๊ปก็หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วจนทำเอาริมฝีปากนุ่มๆของตัวเองชนเข้ากับริมฝีปากอุ่นของอีกฝ่ายได้อย่างพอดี
จากที่แค่แตะกันโดยบังเอิญยุนโฮก็จัดการทำให้มันจงใจซะเลย
“อือ....~~~” เสียงหวานครางแผ่วอยู่ภายใต้การควบคุมของร่างสูง ฝ่ามือใหญ่เลื่อนเข้าลูบไล้ใบหน้าเนียนสวยอีกข้างก็วนเวียนไปตามเรือนร่างช่วงไหล่บางและแผ่นหลัง
เด็กทั้งสี่คนที่ตกอยู่ในห้วงความรักของกันและกัน ณ บริเวณนั้นช่างดูมีความสุขเสียเหลือเกิน
.
.
.
“ว่าแต่ รู้สึกไหมว่าช่วงนี้ชางมินแปลกๆไปนะ” เสียงเล็กเอ่ยถามเพื่อนคนสวยระหว่างที่ลุกขึ้นยืนเตรียมกลับเข้าไปในปราสาทเพราะอากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆและฝนก้ทำท่าจะตกอยู่ร่อมร่อ
“อื้อ ก็ว่างั้น วันหยุดนี้ก็กลับบ้านไปทั้งที่ไม่จำเป็นด้วย...สงสัยมีเรื่องให้ต้องคิดละมั่ง หรือไม่ก็อยากพักผ่อนเพราะชางมินเรียนหนักมากๆเลยนี่?” แจจุงเสนอความเห็นพลางปล่อยให้คนตัวสูงข้างกายวาดวงแขนลงโอบเอวคอดของตัวเอง
“จุนซูอย่าเพิ่งเดินนะ รอฉันก่อน” ยูชอนพูดขึ้นพลางก้มลงผูกเชือกรองเท้าที่ดันมาหลุดเอาตอนจะเดินไปทำท่าเดียวกับไอ้ยุนโฮ
“ไม่ต้องประคบประหงมฉันขนาดนั้นก็ได้ยูชอน เดินไปปราสาทแค่นี้เอง”
“ได้ยังไงกัน! ก็จุนซูจะกลายเป็นภรรยาของฉันในอนาคต แล้วอีกอย่าง....ฉันก็เป็นพ่อของเด็กในท้องของจุนซูด้วย ก็ต้องดูแลทั้งจุนซูแล้วก็ลูกนะสิ!~” เมื่อผูกเชือกรองเท้าเสร็จยูชอนก็กระโดดยืนขึ้นแล้ววิ่งเข้าหาร่างเล็กๆทันที
“นี่ยูชอน” จุนซูหยุดเดินแล้วหันไปสบตาคนตัวสูงข้างๆ สายลมเย็นๆพัดผ่านให้เส้นผมปลิวไปข้างหน้า
“ครับ?” ยิ้มพร้อมกับรับคำเสียงใส
“นายรู้ได้ไงว่าเด็กในท้องของฉันคือลูกของนายจริงๆ ปาร์คยูชอน?” พูดจบก็เดินลอยละล่องไปยังปราสาททันทีทิ้งปริศนาและคำถามมากมายให้คนตัวสูงได้ยืนค้างเป็นหินอยู่เบื้องหลัง
“ว่า ว่าไงนะ! เมื่อกี๊จุนซูว่าไงนะ!!” ยูชอนหันไปถามเพื่อนซี้ที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้คำตอบจริงๆ
“นี่มันหมายความว่ายังง๊าย!~” ยูชอนนึกไปถึงตอนที่จุนซูถามว่าตัวเองท้องกับใครก็ยิ่งทำให้รู้สึกสับสนงง งวยมากขึ้นไปอีก...หมายความว่าจุนซูมีใครอื่นนอกจากเขางั้นเหรอ!~
“แจจุง...จุนซูพูดจริงเหรอ??” ยุนโฮที่เห็นท่าทางของเพื่อนใกล้บ้าเต็มทีก็หันไปถามคนสวยข้างกาย
“หืม? เรื่องพ่อของเด็กหนะเหรอ?” ใบหน้าสวยเอียงไปข้างๆอย่างน่ารัก ก่อนจะระบายยยิ้มที่ทำเอาคนเห็นหลงจนโงหัวมาดูตะวันแทบไม่ได้ “แล้ว....นายคิดว่าลูกในท้องของฉันคือลูกของนายเหรอชองยุนโฮ?”
ทิ้งท้ายไว้ด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงคำถามนั้นเสร็จก็เดินตามคนร่างเล็กเข้าไปในปราสาทติดๆ
“ยะ...ยูชอน! ไอ้ยูชอน!! เมื่อกี๊แจจุงหมายความว่าไงวะ?!!” ยุนโฮดึงเสื้อเพื่อนข้างๆให้หันมาสนใจ แต่อีกคนนั้นกลับไม่รับรู้โลกอีกแล้ว
“โลมาน้อย...กับ...ใครคนอื่น....โอ้ว ไม่น๊า!!!!!~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~”
“นางฟ้าแจจุงของหมียุน...เคย...กับคนอื่นงั้นเหรอ! โอ้ว ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย~~”
ลับหลังสายตาพ่อหมีและพ่อไก่ ร่างบางของคนสวยและร่างเล็กของคนน่ารักก็ได้แต่นั่งหัวเราะจนตัวงออยู่ที่โต๊ะยาวในห้องโถงใหญ่อย่างสุดแสนจะทนกลั้นได้อีก
“ฮะๆ!~ ปล่อยให้คลั่งกันซะบ้าง ทำพวกเราต้องคิดมากมาหลายครั้งแล้ว!” จุนซูระเบิดเสียงหัวเราะแหลมสูงตามแบบฉบับของตัวเองอย่างขำๆ
“นี่แจจุง...ฉันถามไรหน่อยสิ” กำลังหัวเราะร่วนอยู่ดีๆคนตัวเล็กก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้นมา “ตอนที่นายโดนพวกนั้นให้ดื่มยาขับลูก ทำไมทายาทถึงได้ตื่นขึ้นมาละ? ฉันไม่เห็นว่ามันเกี่ยวกันยังไง”
แจจุงยิ้มบางๆจ้องมองเพื่อนรักก่อนจะเอ่ยตอบ “เพราะฉันใช้พลังเวทย์ทั้งหมดที่มีปกป้องลูกชายของฉันไว้หนะสิ ทำให้ไม่มีเวทย์เหลือพอที่จะต้านพลังของซัสลาซาร์ ฉันก็เลยโดนครอบงำไปชั่วระยะหนึ่ง...โชคดีที่ยุนโฮมาช่วยทัน ไม่งั้นทั้งฉันทั้งลูกก็คงไม่รอด”
“อ๋อ~ แบบนี้นี่เอง อ๊ะ! เมื่อกี๊นายบอกว่าลูกชายเหรอ?” ดวงตาเล็กประกายระยิบสบกับนัยน์ตาสีฟ้าสด
“อื้อ! ฉันเจอลูกในตอนที่ฉันสลบละ...นายเชื่อไหมจุนซู เค้าหน้าเหมือนยุนโฮสุดๆไปเลย!” แจจุงมีท่าทางตื่นเต้น พอนึกถึงใบหน้าเล็กๆของลูกชายก็พาลคิดถึงหมีตัวโตอีกคน ถ้าหากยุนโฮได้เห็นหน้าลูกก็คงไม่เชื่อแน่ๆละว่าที่พูดแกล้งไปเมื่อกี๊ไม่ เป็นความจริงเลยสักนิด...อ๊ะ! นี่ขักยุนโฮมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!!~
“โหย ดีจังเลยอะ ฉันก็อยากเจอลูกบ้าง” แก้มใสพองลมน้อยๆ จุนซูก้มลงดูท้องตัวเองแล้วยกมือขึ้นลูบไปมาเบาๆพลางคิดถึงคนเป็นพ่อของเด็ก ในท้อง...อืม...ถ้าลูกของเขาหน้าเหมือนยูชอนก็ต้องจมูกบานหัวเถิกนะสิ! อ๊า!~ ไม่เอาแบบนั้นน๊า~~
สองสาว(?)ที่กำลังนั่งถกปัญหาในชีวิตอยู่ที่ปลายสุดของโต๊ะบ้านกริฟฟินดอร์ทำให้คนที่ได้ยินบทสนทนานั้นหน้าแดงวาบไปตามๆกัน ก็มีเด็กสักคนไหมที่ท้องตอนนี้หนะ! แล้วที่ท้องก็เพราะมีซัมติ่งสวีทวิ้วกับหนุ่มหล่อของโรงเรียนทั้งสองคนด้วย! ไม่ให้รู้สึกอิจฉาก็บ้าแล้ว!!
แจ จุงกับจุนซูนั่งหัวเราะคิกคักกันไปสองคนอย่างไม่สนใจรอบข้างจนไม่ทันได้ สังเกตว่ามีชายหนุ่มร่างสูงสองคนได้พร้อมใจตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้ามาหาคนของ ตัวเองอย่างหมายมั่นกับสิ่งที่ตัดสิ้นใจกันมาดีแล้ว และที่สำคัญ ทำอะไรผิดตอนนี้ก็เท่านั้นในเมื่ออาทิตย์หน้าพวกเขาทั้งสี่คนก็จะได้หยุดพักการเรียนแล้วจะสนกฏระเบียบไปทำไมกันละ
“อ๊ะ! ทำอะไรหนะยุนโฮ!” ร่างบางร้องถามเมื่อถูกมือหนาฉุกข้อมือให้ลุกขึ้นยืน
“จะพาไปไหนเนี่ยยูชอน!!” ร่างเล็กก็ร้องต่อจากเพื่อนทันทีเมื่อถูกฉุดแขนให้ลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมลากออกจากห้องโถง
“ฉันจะตรวจนายเองแจจุง ว่านายท้องกับฉันจริงรึเปล่า!”
“ตะ ตรวจยังไง??” คนสวยเริ่มไม่วางใจกับท่าทางของคนรักซะแล้ว
“มากับฉันจุนซู ฉันก็จะตรวจนายเหมือนกัน!!” ยูชอนว่าพลางตัดสินใจอุ้มร่างเล็กๆที่ขืนแรงไม่ยอมเดินขึ้นในท่าเจ้าสาวท่าม กลางสาตายของคนในห้องโถงที่มีไม่มากไม่มายแต่ก็ไม่น้อยซะทีเดียว
“แจจุง ฉันจะตรวจนายด้วยร่างกายของฉัน เพราะงั้น ห้ามปฏิเสธ!” ยุนโฮจัดการอุ้มคนสวยขึ้นเหมือนที่เพื่อนรักทำอย่างรวดเร็ว
“เอ๊ะ! ระ...ร่างกาย! ไม่นะยุนโฮ!! ฉันท้องอยู่นะ!!” คนสวยรีบค้านเสียงดังทันทีด้วยความหวาดกลัว
“อ๊า!!~ พวกนายสองคนเป็นบ้าหรือไง!! คนท้องสามเดือนห้ามมีอะไรกันนะ!!~” จุนซูที่รู้จุดประสงค์คนกะล่อนทั้งสองคนก็รีบร้องค้านช่วยเพื่อนอีกแรงพร้อมกับดีดดิ้นในอ้อมแขนคนตัวสูง
“พวกนายยังท้องไม่ถึงสามเดือนสักหน่อย อีกอย่าง ฉันไม่รุนแรงกับนายหรอกจุนซู” ว่าพลางสาวเท้าให้เร็วขึ้นจนไปถึงประตูทางออก
“แล้วหลังจากนี้นายสองคนก็คงไม่คิดที่จะพูดกับพวกฉันอีกแน่นอนว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกของพวกเรา!” ยุนโฮประกาศทิ้งท้ายแล้วเดินผ่านเด็กนักเรียนที่เริ่มทยอยกลับมาจากการ เที่ยวฮ็อกมีดส์ขึ้นไปยังชั้นสองของปราสาทเพื่อหาห้องตรวจร่างกายคนสวยของตน อย่างครึ้มอกครึ้มใจ คนสวยก็ได้แต่จ้องคนพูดตาโตก่อนจะก่นด่าตัวเองในใจที่หาเรื่องให้ตัวเองซะ แล้ว
ส่วน ยูชอนก็อุ้มคนน่ารักไปยังอีกฟากของระเบียงชั้นสองโดยมีเสียงร้องโหยหวนของ โลมาน้อยเป็นเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางแบบไม่ต้องใช้คาถาขยายเสียงก็ดังก้อง ไปทั้งบริเวณนั้น
“ปล่อยช๊านลงน๊าอ้ายก๊ายยยยยยยยยยยย~”
แม้ ว่าเหตุการณ์ต่างๆจะผ่านพ้นไปด้วยดี ศาสตร์มืดถูกกำจัดไปหลายแห่ง ทายาทก็ปลอดภัย ผู้คนในโลกเวทย์มนต์ต่างก็สบายใจที่เห็นข่าวเรื่องไฟแห่งตำนานที่กลับมามีสี เขียวเหมือนอย่างปกติ ทุกอย่างจบลงด้วยดีตามความคาดหมายของเมอร์ลิน
แต่สำหรับคิมแจจุง เด็กหนุ่มที่ไม่เหลือคนในครอบครัวสักคน ในเวลานี้กลับมีเลือดเนื้อเชื้อไขเกิดขึ้นมา สิ่งแปลกใหม่และความรักที่ไม่เคยได้รับต่างก็เข้าหาเขาพร้อมๆกัน ความทุกข์ที่เคยเจอจนชิน ตอนนี้กลับมีแต่ความสุขที่ทำให้เขารู้สึกดีจนไม่กล้าขออะไรให้ตัวเองอีกแล้ว แค่มีชองยุนโฮที่รักเขา มีลูกในท้องให้เขาได้มอบความรัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่คนอย่างเขาจะมีได้ ถึงแม้ทุกอย่างจะจบลงแล้วอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน แต่สำหรับเขา ต่อจากนี้ไปต่างหากที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ใน ห้องเรียนว่างบนโต๊ะตัวยาวหน้าห้อง เสียงครางแผ่วดังเปนระยะๆ ร่างบอบบางอ่อนแรงออยู่ภายใต้อ้อมกอดของคนตัวสูงที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง ริมฝีปากอุ่นขบเม้มไล้เล็มไปทั่วแผ่นอกบางเนียน อุ้งมืออุ่นกอบกุมส่วนอ่อนไหวที่ร้อนผ่าวขยับขึ้นลงจนร่างบางสั่นสะท้านไป ทั้งกาย เรียวแขนเล็กกอดรัดแผ่นหลังหนาของคนตัวสูงแนบแน่น ใบหน้าสวยเงยขึ้นหลับตาพริ้มปล่อยให้สัมผัสที่ได้รับนำพาความรู้สึกให้เป็น ไปตามสัญชาตญาติแห่งความต้องการ ไม่คิดที่จะขัดขืนต่อต้านทุกสัมผัสและการกระทำของคนคนนี้ เพียงแค่ได้รู้ว่าตัวเองเป็นของผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียวก็รู้สึกดีจนไม่สน อะไรอีกแล้ว
...ขอบคุณนะยุนโฮ ที่ทำให้ฉันรู้ว่าคนอย่างฉันก็มีค่าเหมือนกัน...
...ขอบคุณความรักของนาย ที่มอบให้ฉันมากมายขนาดนี้...
“ยุน...อ่ะ!~..ยุนโฮ...อื้อ~....ฉะ....ฉันรักนายนะ.....”
--------------------------------------
----------------------
----------
::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::-::
------- Magical Love THE END -------
talk :: เป็นฟิคที่เพ้อเจ้อได้อีกอ่ะเรื่องนี้ แลดูเวิ้นเว้อมาก ฮ่าๆ คือตอนแต่งเนี่ย มันเป็นช่วงที่ Harry เล่ม 7 ยังไม่ออก ละอารมณ์ อ๊าคคค ดับเบิลดอร์ ตาย~ โฮกฮากมากทำใจไม่ได้ และอีกอารมณ์ กรี๊ดดดด ทงบังจะหล่อไปไหนคะ เจอในคอนไรซิ่งซันแล้วอยากจิเป็นลมในความวิ้งวับ จึงได้เกิดอาการ เอ๊ะ แล้วถ้าหนุ่มๆ มาอยู่ในฮอกวอตส์จิเป็นเช่นไร? แต่งลงบอร์ดไปได้สองตอน เจอของเลยคับ ไลฟ์บอลลูนในชุดแฮร์รี่ อ๊ากกกกกก ตายค่ะ! ท่านเทพน่ารักโฮกฮากขั้นสุด จากที่คิดว่าจะดองเรื่องนี้ เลยยิงยาวจนจบเลย 555+
*หวังว่าจะสนุกกับเรื่องนี้กันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบค่ะ ^^~
**ติดตามอ่านเรื่องอื่นๆ ได้ที่นี่ Link Fiction Update เลยเน้










